Fic Avengers : Avengers High School (10)

posted on 09 Feb 2013 21:22 by a100a100
ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ...
หายไปนานมาก ยอมรับว่าหายไปเพราะหลายๆเรื่อง (ทั้งมีสาระและไร้สาระ)
และหลังจากเอนทรี่นี้ฟิคจะกลับมาลงอีกทีหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ตอนนี้ต้องขอตัวไปพยายามอ่านหนังสือเพื่อเกรด (ที่ไม่ค่อยจะดี)
บลอคนี้จะมีการอัพอีกราวๆ 2-3 เอนทรี่หลังจากนี้ คือส่งซีเคร็ทและสมัครคอมมูนะครับ
สุดท้ายนี้ บทนี้อาจจะทะแม่งๆไปบ้าง ขออภัยจริงๆขอรับ...ขอบคุณที่ติดตามเสมอมา
(พูดเหมือนลาตายเลยแฮะ)
********************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง

        แล้วการเรียนก็ผ่านพ้นไปอีกสัปดาห์ คลินต์ บาร์ตันกำลังนั่งกลุ้มใจเล็กๆ ฤดูการแข่งขันกีฬากำลังจะเริ่มในวันจันทร์นี้แล้ว...วันนี้เป็นวันเสาร์วันที่เขาไม่ค่อยชอบนัก ถึงมันจะเป็นวันที่ไม่ต้องเรียนหนังสือก็ตามที...คลินต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด ที่เมื่อก่อนเลือกมาเล่นกีฬาเพราะอยากให้สาวหลงแล้วตามเป็นกระพรวนแบบคนอื่นๆ แต่ตอนนี้เขาอยากจะกระโดดจากตึกโรงเรียนลงมาตายให้รู้แล้วรู้รอด

        เขาหลงมาเข้าชมรมบาสเกตบอลของโรงเรียนที่เพิ่งตั้งได้ราวๆสองปี จึงยังมีผลงานไม่มากแถมยังร้างผู้คน (เพราะไปอยู่กับอเมริกันฟุตบอลหมดน่ะสิ)  ตอนนี้สมาชิกทั้งหมดก็มีรวมด้วยกันเจ็ดคน ตัวจริงห้า สำรองอีกสอง มีฝีมือเข้าขั้นสาม ส่วนที่เหลือยังอีกนาน ตอนนี้เขากลายเป็นกัปตันทีมที่ต้องนำทีมเข้าสู่ความเกรียงไกร (รุ่นพี่เขาว่าไว้งั้น) แถมอีกไม่นานก็จะแข่งแล้ว แค่ระดับเขตยังไม่รู้จะรอดเลยหรือเปล่า

        อย่างน้อยๆก็แข่งให้ชนะในรอบระดับเขตสักสองครั้งก็ยังพอสร้างขวัญกำลังใจได้ แต่คงต้องฝึกกันอีกเยอะเลย ตัวจริงตอนนี้ก็เล่นพอฟัดกับคนอื่นได้แค่สามคนมีแค่เขา แฟลช กับเวด

 

 

        เขาว่ากันว่า (ความจริงแล้วคลินต์คิดไว้ว่า) วันเสาร์มักจะมีแต่เรื่องร้ายๆเสมอแล้วเรื่องร้ายเรื่องที่หนึ่งก็เริ่มโบกมือเรียกเขา...เมื่อวันนี้เขาได้นัดซ้อมทีมเอาไว้ และพอเขาไปถึงก็พบเปรโตกับเวดที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากนั้นสักพักก็มีมาสมทบอีกสองคน...แต่พวกเขาไม่ได้มาเพื่อซ้อม...แต่มาลาออกต่างหาก

        แม้ว่าเรื่องเลวร้ายจะผ่านไปเรื่องหนึ่งแล้วก็ตาม...แต่เท่าที่คลินต์รู้ มันมักจะมีตามกันมาเหมือนถูกเชือกผูกเอาไว้ ว่าแล้วก็ไม่ทันขาดคำโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา...พร้อมกับข่าวการบาดเจ็บของตัวจริงสองคน ช่างเป็นอะไรที่พอดิบพอดี...คนหนึ่งขาหักส่วนอีกคนแขนหัก

 

        “ฮู้ว์~ นายนี่โชคดีจริงๆเลยน้า~ ” เวดพูดขึ้นก่อนจะโยกตัวเต้นไปรอบๆตัวคลินต์ที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์

        “ไม่เป็นไร เราหาคนมาลงในทีมแทนไปก่อนก็ได้นี่” เปรโตหรือเจ้าของฉายาควิกซิลเวอร์รุ่นน้องในชมรมพูดแล้วเอามือตบบ่าหัวหน้าทีมที่ดูมืดมนลงไปมากกว่าเดิม

        “นั่นสินะ...ถ้าหาได้ทันวันพุธนี้นะ” คลินต์ตอบเสียงพึมพำอยู่ในลำคอ...ก่อนจะยกเลิกการซ้อมวันนี้เพื่อวางแผนรับมือกับเหตุการณ์น่าปวดหัวที่โถมเข้ามา เขาได้แต่หวังเพียงว่าวันพรุ่งนี้อะไรๆจะเรียบร้อยขึ้น

 

 

 

 

         เช้าวันอาทิตย์สตีฟ โรเจอร์ตื่นตั้งแต่หกโมง อาบน้ำแต่งตัว ทำอาหารเช้าทิ้งไว้แล้วขึ้นไปบอกโทนี่ที่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียงของเขา   

          “มาปลุกอะไรกันตั้งแต่เช้าเนี่ย!” คนที่อยู่บนเตียงโวยวายเสียงดังลั่น ก่อนจะพลิกตัวหนีแล้วขดลงไปใต้ผ้าห่ม แต่ผ้าห่มก็ถูกกระชากออกมาพร้อมกับใบหน้าไม่สบอารมณ์ของสตีฟที่พูดรัวและเร็ว(โคตร)ใส่

          “ผมจะบอกว่าวันนี้ผมจะออกไปข้างนอกทั้งวัน อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะในครัว ส่วนของกลางวันอยู่ในตู้เย็นอุ่นกินเองได้แล้วใช่มั้ย ตอนเย็นผมจะกลับมาทำให้ แล้วเจอกัน” โทนี่ไม่ค่อยสบอารมณ์นักเมื่อสตีฟชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กสิบขวบที่ดูแลตัวเองไม่ได้ (ถึงมันจะเกือบจริงแล้วก็ตาม)

          “เข้าใจแล้วน่า รีบๆไปเลยไป๊!” แล้วโทนี่ก็ล้มตัวลงนอนต่อ...

 

 

 

          วันนี้เป็นวัน Sunday meeting (ที่ตั้งขึ้นเอง) โดยทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือนจะเป็นวันนัดพบแล้วทำกิจกรรมเฮฮาร่วมกัน สตีฟเลือกการเดินทางวันนี้เป็นการเดิน เพื่อออกกำลังกายบ้าง (หลังจากที่ต้องคอยเทียวรับเทียวส่งโทนี่มาทั้งอาทิตย์) แล้วอีกอย่างคือบ้านของธอร์ก็ไม่ไกลจากบ้านเขามากนัก (ในสายตาของสตีฟน่ะนะ)  เช้านี้เองก็อากาศดีเหมาะกับการเดินออกกำลังด้วย แล้วเขาก็พบกับบรูซ แบนเนอร์ระหว่างทาง ตรงบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง

          “สวัสดีตอนเช้า” บรูซทักทายอย่างสุภาพ

          “ไง เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ จะไปไหนเหรอ” สตีฟพูดก่อนจะถามต่อ

          “บ้านโลกิน่ะ ว่าจะไปคุยเรื่องงานวิจัยกันหน่อย” บรูซตอบ

          “ทางเดียวกันเลย ผมก็กำลังจะไปหาธอร์ วันนี้พอดีธอร์ชวนไปดูหนังที่บ้าน” สตีฟเอ่ย

          “โลกกลมดีจริงๆเลยนะว่ามั้ย” บรูซพูดอย่างอารมณ์ดี

          “นั่นสินะ” แล้วสตีฟก็หัวเราะ จากนั้นทั้งสองก็ค่อยๆเดินไปตามถนน และเมื่อไปถึงทางแยกเพื่อจะเลี้ยวซ้ายไปบ้านของสองพี่น้อง ทั้งคู่ก็พบพบกับนาตาชาและคลินต์ที่กำลังเถียงอะไรกันบางอย่าง และคลินต์ก็ดูเคร่งเครียดและขอบตาคล้ำมากเหมือนอดนอน

 

 

          “ไง ทะเลาะกันอย่างกับคู่รักกันเลยนะทั้งสองคน” บรูซแซวอย่างสนิทสนม ทำให้นาตาชากับคลินต์ผละอกจากกันทันที...ถ้าให้ถูกคือพ่อเหยี่ยวถูกผลักออกมา

          “สวัสดีบรูซ ไงแคปฯ” นาตาชาเอ่ยทักทายแล้วพูดต่อ

          “ทำไมนายสองคนเดินมาด้วยกันเนี่ย”   

          “พอดีบรูซจะไปหาโลกิที่บ้านด้วย ส่วนพวกเราก็อย่างที่รู้กัน...ดูหนังไง” สตีฟตอบ

          “อ่า...อ่า...เอ่อ...ใช่แล้วแฮะ...วันนี้เราจะมาดูหนังนี่นา” คลินต์บ่นพึมพำราวกับเพิ่งนึกได้ว่ามาทำอะไรที่นี่ ส่วนบรูซก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะมองคลินต์ด้วยสายตาสงสารปนสมเพชเล็กๆ

           “มากันเช้าจังเลยนะ” แล้วนาตาชาก็หรี่ตามองสตีฟกับบรูซอย่างสงสัยว่ามีเหตุอะไรให้ต้องออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าด้วยกัน

           “ก็อากาศมันดี” สตีฟพูดแม้ในใจจะนึกไปถึงคนที่นอนอยู่บ้าน...เพราะถ้ารู้เข้าสงสัยได้ตามมาป่วนให้วงแตกด้วยแน่ๆ

           “ฉันอยากทำงานวิจัยให้เสร็จเร็วๆ จะได้เอาเวลาไปศึกษาเรื่องอื่นต่อ แล้วก็เอาหนังสือของศาสตราจารย์ซิวิกมาคืนโลกิด้วย” บรูซตอบ เขาไม่ค่อยชอบสายตาจับผิดของนาตาชามากนักเพราะมันน่ากลัวจับใจ ส่วนคลินต์ก็เงียบ แล้วยืนใจลอยอย่างน่ากลัวว่าจะโดนสะกดจิตมา...

           “อืม...งั้นเราไปกันดีกว่า ฉันไม่อยากสายสำหรับวันนี้นะ อุตส่าห์ไม่มีการบ้านทั้งที” แม้นาตาชาจะเอ่ยปากเช่นนี้ก็ตามที แต่ท่าทางของเธอก็ยังสงสัยสองหนุ่มอยู่ดี โดยเฉพาะคนหัวทอง แล้วเธอจึงเข้าไปลาก คลินต์ให้เดินตามมา...

 

 

              ทุกคนมาหยุดยืนหน้าประตูบ้านของธอร์...แล้วเกิดความแลปกใจปนสงสัยว่าข้างในทำไมมีเสียงดังเอ็ดตะโร ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนที่นาตาชาจะส่งสายตาข่มขู่ให้สตีฟไปเปิดประตู ซึ่งเขาก็ต้องทำตามอย่างขัดขืนไม่ได้ และเมื่อเปิดเข้าไปเสียงของโลกิก็แว่วๆมาให้ได้ยินกัน

              “ริอาจจะมาขโมยสมบัติล้ำค่าของข้า จงหายไปเสียเถอะ!!” พร้อมกับภาพที่เต็มชัดต่อสายตาแปดคู่...โลกิที่สวมอะไรสักย่างที่ดูเหมือนจะเป็นเขากวางอยู่บนหัว กับผ้าสีแดงคลุมหลังเป็นผ้าคลุม และท่าทางประหลาดๆอย่างยกมือขึ้นกับข้าอีกข้างหนึ่ง อ้าปากกว้างส่งเสียง กับธอร์ที่นั่งหันหลังกับพื้นยกมือขึ้นมาตั้งการ์ดเหมือนจะป้องกันตัวเอง...

             “เอ่อ...” บรูซส่งเสียงขึ้นมาทำให้สองพี่น้องหันมามองที่ประตู ซึ่งมีแขกยืนอยู่

             “โอ้ สวัสดีทุกคน” ธอร์ทักทายอย่างร่าเริง ส่วนโลกิยืนนิ่งตัวแข็ง...ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบวิ่งหนีออกไปจากทางเดินในบ้าน...ขึ้นไปชั้นสองแล้วปิดประตูห้องดังปัง

 

 

            ตอนนี้พลพรรคเพื่อนรักแห่งอเวนเจอร์ไฮสคูลกำลังนั่งเล่นเกมอยู่หน้าทีวี หรือถ้าพูดให้ถูกคือธอร์ที่กำลังแข่งกับบรูซอย่างเอาเป็นเอาตาย คลินต์ที่หายซึมเศร้าและนาตาชาที่คอยพูดรบกวนสมาธิของทั้งคู่เพื่อรอเล่นรอบต่อไป ส่วนสตีฟก็เอาจานอาหารว่างไปเก็บในครัว 

            “เอ่อ...ไง ผมเอาจานมาเก็บ” สตีฟพูดขึ้นเมื่อเห็นโลกิยืนเทนมออกจากล่องอยู่ในครัว ซึ่งเจ้าตัวก็เหลือบตามองเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ และเมื่อสตีฟจะเดินออกไปจากห้องครัวเขาก็พูดขึ้นมา

            “ปล่อยหมอนั่นไว้ที่บ้านคนเดียวมันจะดีเหรอ” ทำเอาสตีฟสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับมา

            “พูดเรื่องอะไรเหรอ”

            “คุณโกหกไม่เก่ง ผมรู้ โทนี่ไปหลบอยู่บ้านคุณ ผมเห็นเขาซ้อนมอเตอร์ไซค์คุณตอนเย็นด้วย จากการคาดเดาแล้วผมเลยคิดว่าเขาน่าจะไปอยู่บ้านคุณในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา” สตีฟนิ่งไป

            “แล้วทำไมเหรอ”

            “ก็เปล่าหรอก อย่างน้อยผมก็จะได้โทรไปบอกพ่อเขาว่าเขามีความสุขดีที่บ้านเพื่อน มีต้องห่วงเรื่องหนีออกจากบ้านแล้วไปซุกอยู่ตามกองขยะ” แล้วโลกิก็ยกแก้วนมขึ้นมาดื่มอึกใหญ่

 

 

            “ก็...ใช่...แต่เดี๋ยวๆๆ เมื่อตะกี้บอกว่าหนีออกจากบ้านเหรอ” สตีฟถามกลับไป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคิดว่าโทนี่โดนพ่อไล่ออกจากบ้าน

            “เขาไม่ได้บอกคุณแบบนั้น...เอาเถอะ งั้นผมจะบอกว่าเขาหนีออกจากบ้านเองด้วยความสมัครใจ และมาอาศัยในโรงเรียนตั้งแต่คืนวันอังคารจนถึงช่วงกลางวันของวันอาทิตย์ ที่ผมเห็นเขาซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับไปกับคุณ” โลกิพูดก่อนจะมองหน้าสตีฟที่เอามือนวดขมับ

            “แล้วพ่อเขาไม่อกตามหาแย่แล้วเหรอ”

            “ก็คงตาม ถ้าผมไม่ให้บรูซโทรไปบอกว่าโทนี่กำลังพักอยู่กับเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง ไม่อยากกลับบ้าน ถ้าเขาจะกลับก็จะไปเอง อย่างน้อยพ่อของโทนี่ก็เชื่อแบบนั้น ผมคิดว่าด้วยนิสัยของเขาอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้น่าเชื่อถือขึ้น”

            “ให้ตายเถอะ” สตีฟสบถออกมาเบาๆ

            “ขากลับไปเอาเค้กของธอร์กลับบ้านไปด้วยก็ได้นะ เผื่อเขาอยากกินด้วย” แล้วโลกิก็เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อไล่ทุกคนออกจากเกม จะได้นั่งดูหนังกันสักที ส่วนสตีฟก็เดินตามมาหลังจากล้างจาน พอนั่งดูหนังเสร็จก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน...

 

 

 

 

          “นายหายบ้าแล้วเหรอ” นาตาชาถามคลินต์ขึ้นหลังจากแยกกับสตีฟและบรูซ

          “หายบ้า ? หมายถึงเรื่องอะไรล่ะ”

          “เมื่อเช้าดูซึมกว่านี้นี่ ถามก็ไม่ยอมตอบ พอธอร์พูดว่าโลกิยอมตกลงแล้วเท่านั้นนายก็หายบ้าเลย” นาตาชาพูดก่อนจะนึกไปถึงช่วงเช้าหลังจากที่บรูซขึ้นไปตามโลกิให้ออกจากห้องจากลงมาได้ แล้วธอร์ก็ไปคุยอะไรสักสองสามคำกับโลกิ จากนั้นก็มาพูดกับบรูซ

          “เอ่อ...ก็ไม่อยากให้เธอต้องมาเครียดด้วยกัน ความจริงแล้วทีมบาสของฉันกำลังมีปัญหาเพราะคนไม่พอ ยังขาดอีกสองคนสำหรับการแข่งที่จะเริ่มวันพฤหัสนี้ เลยลองคุยกับธอร์เพื่อเอาตัวโลกิมาลงแข่งด้วย ซึ่งมันก็สำเร็จ แล้วเวดก็โทรมบอกว่าเขาได้นักบาสมือดีมาอีกคนจากทีมหนังสือพิมพ์โรงเรียน อย่างน้อยๆเราก็มีเวลาซ้อมตั้งแต่วันจันทร์นี้จนถึงวันพุธ” คลินต์พยายามอธิบายให้ละเอียดมากที่สุด เพราะสายตาของนาตาชาที่มองมาอย่างไม่ค่อยพอใจ

          “สรุปแล้วนายก็เลยดีใจกระดี๊กระด๊าอย่างที่เป็นตอนนี้สินะ”

          “ก็...ประมาณนั้น” แล้วคลินต์ก็ยิ้มแห้งๆไปให้นาตาชาที่ดูเหมือนจะเริ่มหายขุ่นเคือง แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันอย่างสนุกสนานไปตลอดทาง...

TBC.

************************************************************************

:_[fuijmoto]_:  ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับแฟนอาร์ตมากๆเลยนะครับ

@sesaneen    สวัสดีปีใหม่ย้อนแบบ ย้อนไปไกลเช่นกันครับ ไม่รู้ว่าตอนต่อๆไปจะมีให้น่ารักได้อีกมั้ยนะ (ฮา)

@outwit  หวังว่าบทต่อๆไปคงจะมีอะไรให้ฟินได้อีกนะครับ

@RollingInMySoul   มันจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า...มีเพียงทายาทแห่งโรเจอร์เท่านั้นที่จะเปิดมันได้ (เอ๊ะ)

รีบมาต่อน้าาา กำลังสนุกเลย
แงงงงงงง อย่าลืมเรื่องนี้เลยเน้อออ

#6 By GwA on 2014-04-10 20:47

อา..ตามอ่านมารวดเดียวเลยค่ะ สนุกจริงๆ
พึ่งเลยอ่านเรื่อง Avangers แบบนี้ ที่เป็นคนธรรมดาไม่มีพลัง แต่ดึงเอาลักษณะนิสัยของแต่ละคนออกมา
ซึ่งมันค่อนข้างแปลกและน่าสนใจมากเลยค่ะ
ปกติก็เห็นโทนี่จะอยู่ในชุดเกราะอย่างเดียว ตอนนี้มาเป็นลูกคุณหนูไม่มีพลัง เป็นแค่ลูกแหง่ติดพ่อที่มีแต่สมอง(ในบางเรื่องsad smile )
อยากรู้จริงๆว่าต่อไปสตีฟจะทำอะไรกับโทนี่ต่อน้าาา หุหุ หลังจากที่ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันแล้ว หึหึ
เห็นว่าหยุดเรื่องนี้มาซักพักแล้ว ยังไงก็ยังอยากให้เขียนต่อนะคะ ถ้าพอมีโอกาส มีเวลา
ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่าน แล้วจะรอนะคะ

#5 By หมีหมี (103.7.57.18|124.120.249.102) on 2013-05-15 09:22

คุณพ่อก็ เดี๋ยวก็โกรธคุณฮาเวิร์ดเลยซะนี่555
อาจจดีก็ได้ถ้ารอโทนี่กลับไปเอง เด็กมันดื้อนี่นา-,,-
ตีฟรู้ซะแล้ว แล้วจะทำไงต่อไปเน้ออ
โลกิทำอะไร? ซ้อมแสดงละครกับธอร์? #อายได้น่ารักมาก วิ่งหนี อิอิ
นาตาชาคะ รีบเค้นตีฟโดยว่องเลย อิอิ
ขอบคุณที่มาต่อค่ะ แล้วจะติดตามต่อไปนะคะ

#4 By ttt (103.7.57.18|101.51.45.17) on 2013-04-30 16:39

ตอนนี้โทนี่ไม่มีบท....
ตอนนี้โทนี่ไม่มีบทททททท!!!!!!!!!!!! อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก #ผิด  //โดนโบก
ความลับแตกซ่ะแล้ว อยากรู้จุงว่าสตีฟจะทำยังไงกับโทนี่
อยากเห็นโลกิเล่นบาส
มาต่อเร็วๆนะคะ เค้าจะรอ

#3 By RollingInMySoul on 2013-02-10 15:45

อยากเห็นน้องกิเล่นบาสสสcry
คลินท์สติแตกตอนกลุ่มมีปัญหากร๊ากกก
นาตาชานี่ก็จับผิดไปทั่วเลยแฮะ แอบน่ากลัว
สนุกมากค่ะ แต่งอีกนะคะ เก๊าอยากอ่านแว้ววว

#2 By ~ HaNaHaNa ~ on 2013-02-09 23:52

มาอ่านแล้วค่า
 หนูกิเล่นบาส...*-*หล่อมากแน่เลย
555+confused smile

#1 By Apple Acid on 2013-02-09 23:09