Fic Avengers : Avengers High School (6)

posted on 21 Oct 2012 21:06 by a100a100
คลื่นลูกที่หนึ่งก็ผ่านไป กับการติววาดรูป
สนุกเป็นบ้าเลย วาดอย่างเดียวทั้งอาทิตย์ เปอร์ที่รักฉันใช้เธอได้คล่องแล้ว
ในที่สุดก็วาดรถยนต์ได้ ในที่สุดก็ค้นพบจุดบอดของเราแล้ว 
งายหยังสือจ๋ารอก่อนเถอะ!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นี่เราวาดปฏิกรณ์อาร์คผิดซะแล้ว แก้ไม่ได้แล้วด้วย ไม่นะ
(หลายๆบรรทัดบนข้ามมันไปเถอะ) 
ขออภัย ที่มาอัพช้านะขอรับ เผอิญอยู๋ต่างจังหวัด ยืมคอมเพื่อนเล่น
เลยเพิ่งได้มาอัพตอนนี้ คาดว่าตอนต่อไปก็อาจจะช้าแบบนี้อีกสักครั้งหนึ่ง
ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า เพราะต้องเตรียมตัวเคลียร์งานเปิดเทอมก่อน
ตอนนี้อ่านแล้วอาจจะรู้สึกแปลกๆต้องขออภัยด้วยนะขอรับ ไม่ถนัดซีนแบบนี้เท่าไหร่
วันหลัง(ถ้ามันเสร็จ) เอาลงดีมั้ยนะ ฟิคสองน้องพี่เทพนอร์สเนี่ย....
บ่นยาวพอละ
ไปอ่านต่อเลยดีกว่าเนอะ
ปล.เกลียดโน้ตบุคจัง กัปตันจะรู้สึกแบบนี้มั้ยนะ ?
************************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง
(6) ความรู้สึกที่อยู่ในใจ

               ธอร์กำลังอยู่ในครัว ย่างเนื้อสเต็กชิ้นที่สาม ฮัมเพลงอย่างมีความสุข แล้วทันใดนั้นโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นมา ธอร์รีบวางเนื้อที่สุกแล้วลงบนจานจากนั้นก็วิ่งไปรับโทรศัพท์....

 

                “ธอร์! ตอนนี้โลกิอยู่ที่โรงพยาบาล...” ไม่ต้องรอให้จบประโยคธอร์รีบวิ่งออกจากบ้านไป ก่อนจะขี่จักรยานออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจทำให้เขาลืมฟังไปเลยว่าโรงพยาบาลไหน ?

                แล้วธอร์ก็ต้องหยุดรถเมื่อคิดได้ว่าเขายังไม่รู้จุดหมาย (โรงพยาบาล) เลยนี่ ในขณะที่ยืนช็อกและตกใจนั้นบรูซก็โผล่มาอย่างกระหืดกระหอบ จากด้านหลังของเขา

                “เลี้ยว...กลับ...ไป ฉัน...จะพา...ไปเอง”

                “ขึ้นมาเลย” ธอร์พูดก่อนที่บรูซจะกระโดดขึ้นเบาะท้ายจักรยานแล้วธอร์ก็ปั่นไปตามที่บรูซบอก

                “ฉันวิ่งไล่นายมาตั้งแต่หัวมุมโน่นแน่ะ เรียกก็ไม่ยอมหยุดเลย เลี้ยวขวา” บรูซพูดขึ้นมา

                “ขอโทษที” ธอร์ตอบสั้นๆ ก่อนจะเร่งความเร็วมากขึ้นแล้วหักเลี้ยวไปทางขวา...วันนี้บรูซ แบนเนอร์ได้สัมผัสกับวินาทีเฉียดตายไปอยู่สองสามรอบด้วยการซ้อนท้ายจักรยาน(ที่ขี่แบบผาดโผนของ)ธอร์

 

 

 
                เมื่อมาถึงโรงพยาบาลธอร์รีบวิ่งเข้าไปในทันที โดยทิ้งบรูซกับจักรยานของเขาไว้ข้างนอก โดยไม่สนใจเสียงเรียกของบรูซแม้แต่น้อย พอเข้าไปเขาก็พบกับคลินต์ นาตาชาและสตีฟกำลังนั่งรออยู่ หน้าแต่ละคนก็ดูไม่ดีเอาเสียเลย คำถามที่ปรากฏในใจธอร์คือ...โลกิล่ะ ?

 

 

                “อยู่ในห้องฉุกเฉินหมอบอกคืนนี้ต้องค้างอยู่โรงพยาบาลหนึ่งคืน รอดูอาการว่าจะเป็นอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า” นาตาชาตอบเมื่อมองหน้าธอร์...ตาสีฟ้าของธอร์เริ่มเต็มไปด้วยน้ำตา

                “โลกิกินขนมอะไรสักอย่างเข้าไป ดูเหมือนว่าเขาจะแพ้ถั่วที่เป็นส่วนผสมหลัก” คลินต์พูดต่อ ธอร์สูดน้ำมูกที่เริ่มไหลลงมา

                “แล้วนาตาชาก็มาเจอเข้าตอนกับลังล้มพับลงไปหน้าห้องแลปฯ โชคดีที่คลินต์อยู่ใกล้ๆ เขาเลยแบกโลกิมาหาฉัน แล้วฉันก็พาเขามาส่งโรงพยาบาล” สตีฟพูดก่อนจะเดินเข้าไปหาธอร์ ที่น้ำตาเริ่มไหล แล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้นอกห้องฉุกเฉิน

 

 

 

 

 

                “แล้ว...แล้ว...?” ธอร์พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ เมื่อก่อนเองก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนที่โลกิยังเด็กกว่านี้ ตอนนั้นทั้งเขาและพ่อไม่รู้ว่าโลกิจะมีอาการแพ้ถั่ว  

                “ถูกย้ายไปอยุ่ในห้องพักผู้ป่วยแล้ว หมอบอกว่าถ้าช้ากว่านี้คงไม่รอด” สตีฟพูดขึ้น เขารู้ดีว่าโลกิมีความสำคัญกับธอร์และโอดินมาก แม้จะเป็นแค่ลูกเลี้ยงก็ตาม แล้วธอร์ก็ร้องไห้ออกมาอย่างโล่งใจ พร้อมกับบรูซที่เดินเข้ามาบอกว่า

                “ฉันเอารถจักรยานไปจอดให้ดีๆแล้วนะ”

                “ขอบ...คุณ” เป็นภาพที่แปลกตามากสำหรับบรูซ แบนเนอร์ เมื่อผู้ชายตัวโตพอๆกับหมีควาย(ในสายตาเขาน่ะนะ) นั่งร้องไห้ น้ำมูกยืดเหมือนเด็กๆ มันดูค่อนข้างจะ....บรูซจึงหยิบทิชชู่ออกมาแล้วยื่นให้ธอร์

 

 

 

 

 

                “เช็ดหน้าเถอะ จะได้ไปหาโลกิโดยไม่โดนล้อได้” ถึงบรูซจะเพิ่งเจอกับโลกิน้องชายของธอร์ ที่จัดว่าเป็นเด็กแสบ นิสัยเสีย ปากไม่ดี ก็ทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าถ้าธอร์เข้าไปทั้งหน้าตาแบบนี้ คงจะโดนเอาไปล้อีกนานแน่ๆ  ธอร์เองก็รับทิชชู่มาซับน้ำตา แล้วสั่งน้ำมูก

                “นายพกของแบบนี้ติดตัวตลอดเลยเหรอ” นาตาชาถามระหว่างที่ทั้งหมดพากันไปยังห้องพักคนป่วย มันเป็นเรื่องค่อยข้างแปลกสำหรับผู้ชายที่จะพกทิชชู่

                “เฉพาะวันที่ต้องไปทำงานพิเศษเลี้ยงเด็กเท่านั้นเอง” บรูซตอบ แล้วทั้งกลุ่มก็ตกอยุ่ในความเงียบอีกครั้ง ธอร์หยุดร้องไห้แล้ว แต่หน้าตาของเขาก็ยังดูไม่จืด ขอบตายังแดง แถมด้วยจมูกที่เป็นสีเดียวกัน ตัดกับสีผมสีทองเหลือเกิน พอได้เข้าไปในห้อง ทุกคนก็เห็นโลกินอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ดูแล้วอาการดีขึ้นกว่าตอนที่เจออยู่มากโข

 

 

 

 

 

 

 

                “ได้โทรบอกพ่อหรือยัง ?” สตีฟถามขึ้นมา ทำให้ธอร์นึกได้ว่ายังไม่ได้โทรบอกพ่อเขาเลย

                “ยืมโทรศัพท์หน่อยได้มั้ย” พอธอร์พูดจบนาตาชาก็ยื่นโทรศัพท์ของเธอให้ทันที

                พอธอร์โทรไปก็พบว่าโอดินก็พอรู้อยู่แล้วว่ามีเรื่องเกิดขึ้น เนื่องจากเขาสวนกับธอร์ที่ขี่จักรยานออกไปพอดี จึงได้เข้าไปจัดการในบ้านให้เรียบร้อยแล้วรอให้ธอร์โทรมา

                “ถ้างั้น...ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะ” นาตาชาพูดขึ้นมาเป็นคนแรกหลังจากที่ธอร์วางสายโอดินไป เพราะมันควรจะเป็นเวลาของครอบครัวโอดินสันแล้ว

                “งั้นฉันจะไปส่งเธอ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” คลินต์พูดต่อ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกันกับนาตาชา ส่วนที่เหลืออยู่ก็ยืนเงียบ ไม่ยอมพูดอะไร จนบรูซทำท่าจะค่อยๆย่องออกไปธอร์ก็พูดขึ้นมา ทำให้บรูซต้องหยุด เพราะดูเหมือนว่าเขาจะต้องรับฟังไว้เป็นมารยาทด้วย...ใช่มั้ยนะ ?

 

 

 

 

 

 

 

                “เมื่อก่อน...โลกิก็เคยเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ พวกเรา...นั่งดูหนังกันในบ้าน แล้วพ่อก็เอาถั่วลิงสงมา