Fic Avengers : Avengers High school (5)

posted on 05 Oct 2012 10:16 by a100a100
บทการต่อสู้ที่คิดว่าน่าจะยาวกว่านี้ ถูกหั่นออกแล้ว
เสียดายนิดๆแฮะ ตอนนี้มันมีแต่เรื่อง ไม่แน่ใจเรียกดราม่าได้มั้ย
แต่มันเต็มไปด้วยเรื่องจริงๆนะ
ปล.อาจจะหายไปพักหนึ่งนะครับ เพราะต้องไปเข้าค่าย ถ้าหาคอมได้คงได้อัพตอนต่อไป...
***************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง
(5) วันที่มีแต่เรื่องแย่ๆ

                 หลายวันต่อมา...เมื่อหนังสือพิมพ์โรงเรียนออกฉบับใหม่ สตีฟ โรเจอร์ก็แทบจะลมจับแล้วลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นตรงนั้นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ถึงธอร์จะบอกแผนการของโทนี่ให้ฟังทั้งหมด แต่วิธีการรับมือกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้แม้แต่นาตาชาที่มีเวลาคิดถึงสองวัน (เสาร์-อาทิตย์) เองก็ยังคิดไม่ออก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคืออะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...

                ‘กัปตันคนดังต่อยหน้าอัจฉริยะ’  เป็นพาดหัวข่าวที่ตัวใหญ่สะดุดตาและชวนกัดลิ้นตายอย่างมาก วันนี้ทุกคนในโรงเรียนต่างถอยหนีสตีฟ โรเจอร์กันเป็นว่าเล่น ชนิดที่เขาเดินผ่านผู้คนก็ปลีกตัว เผยทางให้เดินราวกับพระราชาเสด็จ...แถมคลินต์กับนาตาชาเองก็ยังมีอารมณ์มานั่งขำ

                “เป็นแบบนี้ก็ดีออก เดินสะดวกดี” คลินต์พูดก่อนจะหัวเราะให้ลำคอเบาๆเมื่อเห็นว่าสตีฟทำหน้าบูดไม่เล่นด้วยกับเขา...

                “อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่า เดี๋ยวค่อยเอาคืนก็ได้ ยังไงก็รีบไปเรียนก่อนเถอะ” นาตาชาพูดก่อนจะดันหลังคลินต์กับสตีฟให้ออกเดินไปจากโต๊ะ ส่วนธอร์ก็หัวเราะแล้วตามออกมาอย่างช้า ท่ามกลางสายตาของโทนี่ที่จ้องมองพวกเขา (สตีฟ) อย่างสะใจน้อยๆ ภาพสตีฟต่อยหน้าเขาเป็นฝีมือการจัดฉากของโทนี่เอง โดยรอยช้ำวันนี้เขาก็หาช่างแต่งหน้ามาแต่งให้ ส่วนรูปแน่นอนปีเตอร์ผู้เก่งกาจเนรมิตขึ้นมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ  

 

 

 

                ต่อจากเหตุการณ์สตีฟต่อยหน้าโทนี่ (ปลอมๆ) วันต่อต่อมาโทนี่ก็พบหมามุ่ยอยู่เต็มล็อกเกอร์ของตัวเอง ไม่ต้องบอกว่าหลังจากนั้นเขาคันไปทั้งตัวแค่ไหน...

                สองวันต่อมาสตีฟก็โดนการโจมตีจากหนังสือพิมพ์โรงเรียน (แน่นอนว่าเขียนโดยปีเตอร์) ว่าตัวเขาไปยืนอ่านหนังสือโป๊ แถมทำน้ำลายยืด (สตีฟ โรเจอร์สาบานได้ว่าไม่ใช่เรื่องจริงแน่)

                และอีกหลายๆวันต่อมา การต่อสู้ (แบบเด็กประถมทะเลาะกัน) ของสองคนนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด จนหนังสือพิมพ์โรงเรียนต้องทำคอลลัมภ์พิเศษออกมาเพื่อเขียนโดยเฉพาะ (สำหรับผู้ติดตาม)…แต่ก็ทำได้เพียงแค่คอลัมภ์เดียวเท่านั้น เพราะว่า...

               

 

 

                วันนี้มีวิชาพละที่โทนี่ค่อนข้างเกลียด วันนี้เป็นการเรียนบาสเกตบอล ช่างเป็นอะไรที่ทำให้โทนี่รู้สึกอย่างจะอ้างว่าป่วยแล้วโดดให้รู้แล้วรู้รอดไป ถ้าไม่ติดว่าเขาโดดมาจนไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาใช้สำหรับการโดดเรียนครั้งนี้แล้วน่ะนะ...แล้วก็มีเหตุการณ์น่าสลดให้ทุกคนในห้องได้ใจหายกันอีกครั้ง (แม้ว่าธอร์จะแอบไปหลบหัวเราะก็เถอะ)

 

                “ไม่นึกเลยว่าฉันจะมีกรรมมากมายขนาดนี้” โทนี่พูดขึ้นมาเมื่อมองหน้าอีกฝ่าย...วันนี้คู่ซ้อมร่างกายของเขาก็คือ

                “ผมควรจะพูดประโยคนั้นมากกว่านะ สตาร์ค” สตีฟตอบไปอย่างไม่สบอารมณ์ ในมือถือลูกบาสอยู่ ทั้งสองคนจ้องกันอยู่สักพัก จนครูเป่านกหวีดให้สัญญาณเริ่มซ้อม สตีฟก็ส่งบอลไปให้โทนี่แบบเบาๆ

                “ส่งให้มันเบากว่านี้หน่อยเซ่! คนนะไม่ใช่หมีควายแบบพวกนาย!” โทนี่ตะโกนก่อนจะส่งบอลกลับไปแบบเต็มแรง สตีฟรับลูกด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมๆกับครูพละที่เดินออกไป

 

                “ไม่ใช่ว่าคุณอ่อนแอ ป้อแป้เพราะเป็นลูกแหงติดพ่อหรอกงั้นเหรอ ?” คู่ที่ซ้อมอยู่ข้างๆสตีฟและโทนี่ถึงกับหยุดแล้วหันมาดู สตีฟ โรเจอร์ที่พูดอะไรร้ายกาจ แล้วสตีฟก็ขว้างลูกกลับไปเต็มแรง โทนี่รับมันได้แต่ก็เจ็บมือพอควร

                “นายว่าไงนะ” โทนี่ปากลับพยายามให้แรงกว่าเดิม แต่ก็อย่างที่รู้กันดีว่าทักษะทางกีฬาใครเหนือกว่า

                “นอกจากจะป้อแป้ลูกแหงติดพ่อแล้วยังหูไม่ดีอีก”

                “โอ้! ทำอย่างกับนายดีตายล่ะไอ้พ่อคนเพอร์เฟกต์ ไม่มีข้อด้อยอย่างขโมยกางเกงในผู้หญิง”

                “นั่นมันคุณไม่ใช่หรือไง! ที่เอากางเกงในไปยัดไว้ในล็อกเกอร์ผม!” อารมณ์ของสตีฟเริ่มพุ่งขึ้น

                “มีหลักฐานหรือไงกัน! เจ้านักกีฬาสมองถั่ว ก็รู้กันอยู่ว่าล็อกเกอร์มันมีรหัสตั้งหกตัว แถมยังเป็นแบบตั้งเองได้อีก ไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครกัน!”

 

                “ผมอาจจะไม่มีหลักฐาน แต่ตัวคุณก็น่าจะรู้ดี ความละอายน่ะมีบ้างหรือเปล่า ใช้สื่อโจมตีคนอื่นเพราะตัวเองมีเส้นสาย คนอย่างคุณนี่มันรกโลกจริงๆ” ตอนนี้ทั้งห้องหยุดซ้อมแล้วมองทั้งคู่ที่เถียงและขว้างลูกบาสให้กันอย่างดุเดือด

                “อ้อเหรอ~ ถ้าฉันรกโลกแล้วนายจะเรียกอะไรกัน ขยะสังคมที่แม้แต่พ่อแม่ตัวเองยังไม่ต้องการ” พอโทนี่พูดจบสตีฟก็เขวี้ยงลูกบอลไปที่กลางหน้าของโทนี่ที่ยกมือมากันไว้ แต่ก็ไม่อยู่ บอลนั้นแรงเกินกว่าที่เขาจะกันไว้ได้

 

                โทนี่ สตาร์คเสียหลักล้มหงายหลักลงกับพื้น เลือกกำเดาไหลเป็นทาง (แบบไม่ใช่การจัดฉากด้วย) ก่อนที่จะมีใครตั้งตัวแล้วเตรียมหามโทนี่เข้าห้องพยาบาล สตี โรเจอร์ที่ฟิวส์ขาดก็กระโจนเข้าไปคร่อมโทนี่ไว้แล้วง้างมือชกหน้าอีกฝ่ายเต็มแรง มีหรือที่โทนี่จะยอมให้โดนอัด เขาดิ้นไปมาก่อนจะเสยคางสตีฟไปเต็มแรง

                กลายเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้นเมื่อไม่มีใครคิดจะห้ามทั้งคู่ที่ต่อยตีกันอยู่กับพื้นยิม จนกระทั่งครูพละวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับนาตาชา...

 

 

 

 

                   ห้องปกครองเป็นชื่อห้องในโรงเรียนที่ติดอันดับห้องไม่น่าพิสมัยที่สุด  มาเรีย ฮิลล์เป็นครูฝ่ายปกครองที่เรียกได้ว่าเป็นสมุนขวาของนิกตาเดียว ตอนนี้เธอกำลังนั่งจ้องหน้าเด็กนักเรียนสองคนที่เธอไม่คิดว่าพวกเขาทั้งคู่จะได้เข้ามาภายในห้องนี้ พร้อมกับบาดแผลฟกช้ำบริเวณใบหน้า ผมเผ้ากระเซิง เสื้อผ้ายับยู่ยี่และฉีกบางส่วน...คนหนึ่งเป็นถึงอัจฉริยะหัวดีอันดับหนึ่งของโรงเรียน ส่วนอีกคนก็นักกีฬาที่ได้รับทุนแถมความประพฤติดีมากจนน่าเหลือเชื่อ...

                  “ฉันคงต้องบอกว่า ฉันเสียความรู้สึกกับพวกเธอทั้งคู่เป็นอย่างมาก” มาเรีย ฮิลล์เปิดประเด็น

                 “ไม่คิดว่าพวกเธอทั้งคู่จะมาทะเลาะกันเอง...ฉันจะไม่ถามนะว่าใครเป็นคนเริ่มแต่ตอนนี้ความผิดของพวกเธอจะถูกระบุไว้เท่ากัน และฉันมีเรื่องที่ต้องบอกอีกเรื่องนั่นคือผอ.ฟิวรี่จะมาคุยกับพวกเธอเอง” พอมาเรียพูดจบเท่านั้น สตีฟและโทนี่ก็หน้าซีดลงทันที...นิกตาเดียวจะลงมาคุยกับพวกเขานี่มันหายนะชัดๆ

 

 

 

                   สตีฟกับคู่กรณีโทนี่ถูกเรียกตัวไปตั้งแต่คาบเรียนพละ และเมื่อกลับมาสีหน้าของทั้งคู่ก็ค่อนข้าง...เรียกได้ว่าแย่ ธอร์รู้สึกได้เลยว่าบทลงโทษของนิกตาเดียวคงสาหัสมาก...สตีฟนั่งขมวดคิ้ว หน้าบึ้งตึง สายตาเลื่อนลอยทั้งวัน ส่วนโทนี่ก็นิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียวทั้งวัน (ทั้งที่ปกติจ้อไม่หยุดแท้ๆ)

                   เป็นที่รู้กันดีว่า การทะเลาะกันได้สิ้นสุดลงแล้ว...พร้อมกับธอร์ที่แทบเสียสติเมื่อตอนเย็นวันนั้น  สตีฟเดินมาในชมรมแล้วเรียกรวมตัวทุกคนพร้อมกับบอกเรื่องสำคัญ

 

                  “อย่าลีลาน่าแคปฯ” ธอร์พูดแหย่ไปเมื่อเห็นสตีฟทำท่าอึกอักไม่ยอมพูดสักที ลูกทีมเองก็ยืนรอพลางคุยกันไปมา (แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องชกกันของกัปตันทีม ที่ร่องรอยยังเหลืออยู่เต็มหน้า) ดังนั้นแล้วสตีฟ โรเจอร์จึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆหนึ่งสองสามทีก่อนจะพูดด้วยเสียงอันดัง ฟังชัดเจน

                  “อาจจะกะทันหันไปหน่อย! แต่ตั้งแต่วันนี้จนถึงปีหน้าธอร์จะเป็นกัปตันทีมแทนฉัน! และฉันจะไม่ได้อยู่ในสนามเพื่อแข่งขันไปพร้อมๆกับพวกนายจนถึงปีหน้าหรือช่วยพวกนายวางแผนการเล่น!” พอพูดจบเท่านั้นล่ะ ทีมอเมริกันฟุตบอลก็เกิดการโกลาหล พร้อมกับคำถามที่ซ้ำๆกันว่าทำไม ?

 

 

                  “นี่เป็นบทลงโทษของฉันที่นิกตาเดีย...ฟิวรี่จัดให้”

                  “โดยการปลดคุณออกจากทีม ?” รุ่นน้องของสตีฟ หนึ่งในทีมที่เป็นตัวจริงสำหรับแข่งถามขึ้นมาอย่างงงๆ เขารู้ดีว่าแคปฯเป็นคนที่เล่นได้เก่งและวางแผนได้เยี่ยม

                  “ใช่” สตีฟตอบรับ

                  “ทั้งๆที่นายฝีมือดีที่สุด” อีกเสียงแทรกขึ้นมา

                  “ใช่”

                  “ทำไม ?” ธอร์ถามต่อ

                  “อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าฉันเพิ่งจะมีเรื่องกับ...โทนี่ สตาร์ค...นิกเกรงว่านี่อาจจะทำให้ชื่อเสียงของทีมเราเสียได้จึงสั่งถอนฉันออกเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะปีหน้าหรือ...” สตีฟหยุดไปเพื่อดูปฏิกิริยาของทุกคน

 

                  “หรือพวกนายจะพากันเข้ารอบระดับประเทศได้” เมื่อพูดจบสีหน้าทุกคนก็ดูโล่งใจมากขึ้น แคปฯสามารถไปแข่งกับพวกเขาได้ในรอบระดับประเทศ...แต่ไม่ใช่ในระดับเขต หลังจากนั้นสตีฟก็ประกาศให้ทุกคนเริ่มซ้อมภายใต้การควบคุมของธอร์...ส่วนเขาก็ขอตัวไปออกไป

                  “แน่ใจนะว่าไม่มีเรื่องอื่นจะพูดอีก” ธอร์ถามก่อนที่สตีฟจะเดินออกไป แววตาของสตีฟมักจะบอกอะไรได้หลายๆอย่าง รวมถึงเรื่องที่สตีฟอาจจะไม่อยากพูด

                  “ฉันต้องอยู่เย็นทุกวัน ดูแลความเรียบร้อยในส่วนของยิมแล้วก็สนามกีฬา จนกว่าจะได้กลับไปอยู่ในทีมอีกครั้ง” สตีฟหันกลับมาตอบ แต่สายตาของเขาบอกธอร์ว่ายังมีอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจเขาอยู่ แต่ธอร์ก็เลือกที่จะไม่ถามไป

 

                 “งั้นฉันจะอยู่ช่วยนายก็แล้วกัน แต่คงจะเป็นพรุ่งนี้นะ วันนี้พ่อกลับค่ำเลยต้องกลับไปทำข้าวเย็น นายรู้ใช่มั้ยว่าโลกิกับห้องครัวมันไปด้วยกันไม่ได้” ธอร์พูดติดตลก ก่อนจะนึกถึงฝีมือการทำอาหารครั้งสุดท้ายของโลกิ ที่มีแขกพิเศษอย่างสตีฟไปร่วมรับประทาน...มันค่อนข้างจะดูไม่จืดเลยทีเดียว

                 “ขอบคุณ” สตีฟพูดก่อนจะยิ้มออกมานิดหน่อยแล้วก็เดินออกไปจากสนาม...นั่นทำให้ธอร์รู้สึกไม่ดีอยู่ไม่น้อย สตีฟคงจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้เขารับรู้จริงๆ แล้วธอร์กลับไปซ้อมต่อในฐานะกัปตันทีมและเมื่อถึงเวลาพักเขาก็พบข้อความในโทรศัพท์มือถือของเขา...

 

‘วันนี้อยู่เย็นทำงานวิจัย ไม่ต้องรอหรอก ไอ้พี่บ้า’

 

                 ดูท่าทางแล้ววันนี้มีแต่คนทิ้งเขาจริงๆ ขนาดโลกิยังอยู่เย็นไม่กลับบ้านพร้อมกับเขาเลย ธอร์แทบจะเฉาตายให้รู้แล้วรู้รอด...

 

 

 

 

                       เวลาผ่านไป พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงจวนจะลับขอบฟ้า ภายในตึกยังมีไฟของห้องหนึ่งเปิดเอาไว้ โลกิยังคงง่วนอยู่กับการทดลองของตัวเองในห้องแลปฯ เขายังไม่ยอมกลับบ้านเพราะตั้งใจแล้วว่าการทดลองนี้จะต้องเสร็จในวันนี้ ซึ่งเป็นวันดีที่ไม่มีโทนี่มาคอยกวนเพราะถูกพ่อพากลับบ้านตั้งแต่โรงเรียนเลิก ส่วนบรูซก็รีบกลับเพราะเห็นว่าต้องไปทำงานพิเศษ

 

                       แล้วท้องของเขาก็ร้องขึ้นมา ทำให้โลกินึกขึ้นได้ว่ามันถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว...ตามปกติเขามักจะเลี่ยงเวลาทานอาหารเย็นกับธอร์และโอดิน ตั้งแต่เขารู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของโอดิน โดยมักจะอ้างว่าติดงาน ทำการบ้านหรือไม่ก็เลือกเวลาอาบน้ำให้เหมาะสม และพยายามจะไม่พึ่งพาครอบครัวโอดินสันทั้งสองคนให้มากนัก...ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้ธอร์บอกว่าจะทำสเต็ก...มันทำให้เขานึกอยากกินขึ้นมานิดหน่อย แต่ยังไงก็ตาม โลกิยังไม่ละทิ้งอุดมการณ์เดิมคือ ต้องพยายามไม่พึ่งครอบครัวโอดินสันไปมากกว่านี้และต้องพยายามทิ้งระยะห่างเข้าไว้ 

 

                      แล้วโลกิก็เหลือบไปเห็นขนมที่วางบนโต๊ะ เท่าที่เขาจำได้ดูเหมือนโทนี่จะเอามา(จ่าย)ให้เป็นค่าข้อมูลเกี่ยวกับสตีฟ โรเจอร์...ที่โลกิเพียงแค่หลอกถามจากธอร์มาแล้วก็เอามาเล่าต่อให้โทนี่ฟังเท่านั้นเอง โดยไม่ลืมเตือนพี่ชายว่าโทนี่อาจจะสืบเรื่องของสตีฟก็เป็นได้  เขาจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์จากคู่ค้าทั้งสองเอาไว้ให้ดีที่สุด

                      ซองขนมเป็นสีน้ำตาลอ่อน ดูเหมือนจะอะไรสักอย่างที่โลกิไม่เคยกินกิน ด้วยความหิวเขาจึงแกะมันออกแล้วก็กินมันเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะตั้งใจทำงานต่อ...

 

                แต่ทว่าสักพักหนึ่งโลกิก็เริ่มรู้สึกว่าปากตัวเองบวมขึ้น และอาการที่ตามมาคือแน่นหน้าอก และหายใจติดขัด เขารีบคว้าซองขนมที่ยังเป็นซากอยู่บนโต๊ะมาดูทันที...ส่วนผสมของมันหนึ่งในนั้นคือถั่วลิสง โลกิรีบเปิดประตูห้องแลปฯ เพื่อจะหาคนช่วยแต่ทว่า ภายในตึกกลับไม่มีใครอยู่เลย...เหลือเพียงแต่เขาคนเดียว....การหายใจเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้นทุกที....แล้วโลกิก็ล้มลงกับพื้น

 

TBC.

*****************************************************************************

@Past-the-piz   คงไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ล่ะครับที่จะได้เห็น

@sesaneen    ตอนนี้เรียกดราม่าได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวจะมีที่โดดเดี่ยวกว่านี้อีกครับ (คิดว่านะ) 

@tj    เรื่องชมรมบาสนี่ต้องรอดูกับว่าคลินต์จะตักตีหัวแล้วเอาเข้าชมรมชักชวนสำเร็จมั้ย

@noirpoison  คิดว่าในอนาคตน่าจะลีบยิ่งกว่านี้อีกครับ

@ttt   ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าโทนี่น่าสงสารขนาดนี้ 

@PPG  ขอบคุณครับ

 

 

โทนี่พูดได้เจ็บมากสงสารพี่แคป

#5 By Apple Acid on 2012-11-10 23:22

หวา เป็นตอนล่าสุดตอนสุดท้ายที่ได้อ่านซะแล้ว ยังอยากอ่านต่ออยู่เลย รออยู่นะคะ big smile
ประโยคของโทนี่มันช่างเจ็บ ร้ายกาจ คาดหว่ากัปตันคงรู้สึกเหมือนโดนอักับลูกบอลไฟขนาดยักษ์ จุกกันเลยทีเดียว โหดร้าย บทนี้สงสารแคปมาก ทำไม ทำม๊ายย คร่ำครวญ
ใครจะมาช่วยโลกิ? แคปที่อยู่เย็นเพราะโดนทำโทษเรอะ? อ่า และหวังว่านี่คงไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้งจากโทนี่หรอกนะ ถ้าใช่ล่ะก็ โทนี่นายแย่มากเลย
โทนี่มีบทลงโทษอะไรที่ได้รับบ้างละเนี่ย อยากรู้จริงๆ จะเป็นบทเดียวกับที่แคปโดนจนจ๋อบแบบไม่อยากเปิดปากพูดกับธอร์เลยรึป่าวหว่า?
รออยู่นะคะ big smile

#4 By TZ'sTZ (103.7.57.18|115.67.162.217) on 2012-10-19 16:15

สองคนนี้นี่มันช่าง เด็ก! จริงๆ
ไมเราแม่งๆว่าบทลงโทษของนิกยังไม่น่าจะหมดนะ อิอิ

#3 By sesaneen (103.7.57.18|125.26.171.40) on 2012-10-05 18:46

สองคนนี้เด็กอนุบาลชัดชัด 555555
แต่โทนี่ก็ด่าแรงไปนะ ก็อาจจะเจ๊ากันกับหมัดหนักๆของสตีฟ -w-
...นิกตาเดียวน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึ5555
อ่าวว โลกิแพ้ถั่วลิสง? ธอร์รีบกลับมาดูกี้น้อยเร็วๆนะ
รอตอนต่อไปค่า~

#2 By ttt (103.7.57.18|101.51.252.150) on 2012-10-05 15:50

เหเห โลกิน้อยแพ้ถั่วลิลงรึนี่ 
อยากรู้จังว่านิกทำโทษอะไรโทนี่หว่า.. 
เนื้อเรื่องสนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ >w<

#1 By หมีกาก on 2012-10-05 15:29