Fic Avengers : Avengers High School (4)

posted on 30 Sep 2012 21:45 by a100a100
รักปิดเทอม แม้ว่ามันจะมีระยะเวลาแค่...สั้นๆ ก็ตามที
รู้สึกฟิคนี้มันยาวมาก ในอนาคตคงจะมีหั่นออกเป็นแน่แท้
มาต่อกันเลยดีกว่าเนอะ
*********************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง
(4) โลกิ  (เป็นชื่อตอนที่สิ้นคิดมาก)

                 ความจริงแล้วสตีฟโรเจอร์ยังไม่ได้กลับบ้านไปตามที่ธอร์บอกหรอก ทุกๆเย็นเขามักจะรอให้คนอื่นๆกลับบ้านไปก่อนเสมอ เพื่อที่เขาจะได้ไปทำธุระส่วนตัวของเขาได้ง่ายขึ้น...เขาเดินไปยังห้องชมรมหนังสือพิมพ์ แล้วหยุดตรงหน้าตู้เก็บถังดับเพลิง แล้วเขาก็ล้วงเอาซองกระดาษสีน้ำตาลด้านหลังออกมา มันเป็นรูปถ่ายในแต่ละวันที่เขาขอร้องให้เพ็พเพอร์และเกว็นเก็บเอาไว้ให้ในแต่ละวัน (เพื่อทำข่าว) ข้างในซองเป็น   แฟลชไดรท์ของตัวเขาเอง...

 

                นี่ไม่ได้ทำเพื่อแบลคเมล์ใครหรอก แต่เพราะเขาไม่มีเวลาออกไปทำตัวสบายๆเรื่อยเปื่อยเพื่อหาสิ่งที่อยากจะวาด ดังนั้นแล้วการหาจากรูปถ่ายของชมรมหนังสือพิมพ์จึงเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด โดยทุกเย็นเพ็พเพอร์ไม่ก็เกว็นจะนำแฟลชไดรท์มาไว้ที่ตรงนี้เสมอ และในตอนเช้าเขาก็จะนำมันกลับมาไว้ที่เดิม...โดยและกับข่าววงในเกี่ยวกับนักกีฬาหรือพวกทีมเชียร์ที่เขาพอจะรู้ เมื่อได้ของแล้ว เขาก็จะบึ่งรถกลับบ้าน..

 

                  บ้านของสตีฟ โรเจอร์เป็นบ้านหลังเล็กพอสำหรับอยู่กันสองสามคน ป้าที่เป็นญาติห่างๆและอาศัยอยู่ในชนบทของเขาได้ซื้อเอาไว้ให้ ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่นี่ตัวคนเดียว เพราะคุณป้าท่านนั้นไม่ได้ตามมาด้วย ส่วนพ่อกับแม่สตีฟเองก็ไม่รู้ว่าพวกท่านทั้งสองหายไปไหน...

                  ภายในบ้านสะอาดเรียบร้อยด้วยฝีมือการเก็บกวาดของเขาเอง เมื่อเข้าไปสตีฟก็โยนเป้ลงบนโซฟาแล้วเดินไปหาอะไรใส่ท้องทันที จากนั้นก็อาบน้ำ ทำการบ้าน แล้วจึงลงมาเปิดดูไฟล์รูปในคอมพิวเตอร์มือสองที่มีไว้ทำงานไม่กี่อย่างนั่นคือ หาข้อมูล ทำรายงาน พิมพ์รูปจากชมรมหนังสือพิมพ์โรงเรียนเป็นต้น

                แล้วจากนั้นสตีฟก็นำรูปที่พิมพ์ออกมาขึ้นไปชั้นสองที่มีห้องน้ำหนึ่งห้องและห้องนอนอีกสองห้อง ซึ่งหนึ่งในห้องนั้นกลายเป็นห้องทำงานของเขาไปแล้ว ทุกๆวันสตีฟจะใช้เวลาที่เหลือหลังจากกิจวัตรทั้งวันมาขลุกอยู่ในห้องนี้ ห้องที่เต็มไปด้วยงานศิลปะของเขาเอง

 

                สตีฟ โรเจอร์ชอบวาดรูป และอยากเข้าชมรมศิลปะมากกว่าอเมริกันฟุตบอล แน่นอนว่ามันเป้นไปไม่ได้เนื่องจากเขาเข้ามาเรียนด้วยโควตานักกีฬา...ดังนั้นเขาจึงเลือกทำงานศิลปะที่บ้านแทน ทุกๆวันเขาจะเลือกรูปที่ชอบจากชมรมหนังสือพิมพ์ออกมาวาด (ส่วนใหญ่ก็เป็นรูปของพวกเขาและเพื่อนๆที่ซ้อมกันอย่างสนุกสนานนั่นล่ะนะ) บางครั้งก็จะวาดจากแบบร่างในสมุดที่เขาจะจดเก็บไว้อย่างลวกๆเมื่อเจอกับภาพน่าประทับใจก่อนจะเอากลับมาวาดที่บ้านหรือวาดจากจินตนาการของเขาเอง

                มันเป็นเวลาเพียงช่วงเดียวที่เขารู้สึกว่าได้กลับไปเป็นตัวเอง ทำอะไรตาใจไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ให้มากมาย ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหน้า ไม่ต้องกังวลใดๆ และในใจลึกๆเขาหวังว่าวันพรุ่งนี้อาจจะดีกว่าวันนี้ก็เป็นได้...แต่นั่นก็เป็นเพียงความหวัง

 

 

 

                  วันต่อมาเป็นอะไรที่เลวร้ายมากสำหรับสตีฟ โรเจอร์ เขาโดนใส่ร้ายอีกครั้ง...คราวนี้เป็นการที่เขาเปิดล็อกเกอร์ของตัวเองแล้วพบกับกางเกงสตรีในใช้แล้วอยู่ในตู้...เป็นถุงเลย แถมตอนที่เขาไปเปิดมันยังเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนมากมายในบริเวณนั้นและแถมด้วยปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ช่างภาพมือดี...ไม่ต้องคิดต่อเลยว่าเรื่องนี้จะแพร่ไปทั่วโรงเรียนเร็วขนาดไหน และแทบไม่ต้องถามหาคนทำให้มากมายเลย สตีฟรู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว...

                       “ตู้ล็อกเกอร์ของายโดนงัด ?” นี่คือประโยคแรกของนาตาชาเมื่อรู้ข่าว เธอค่อนข้างจะประหลาดใจทีเดียวเนื่องจากตู้ล้อกเกอร์ของโรงเรียนไม่ใช่อะไรที่จะมางัดกันง่ายๆ แต่ละตู้จะมีการตั้งรหัสเอาไว้ตามที่เจ้าของตู้ในเทอมนั้นๆและรหัสยังเป็นเลขถึงหกตัว ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนอื่นรู้รหัสเปิดล็อกเกอร์

                       “แน่ใจนะว่านายไม่เคยบอกรหัสล็อกเกอร์ให้ใคร” คลินต์ถาม ตอนนี้พวกเขามานั่งในห้องเก็บอุปกรณ์ของทีมอเมริกันฟุตบอลระหว่างช่วงพักกลางวัน

                        “แล้วฉันจะบอกให้คนอื่นรู้ทำไมกัน” สตีฟพูดไปอย่างหัวเสีย หลังจากนั้นทั้งหมดก็ตกอยู่ในความเงียบ ต่อให้เป็นอัจฉริยะแต่การมานั่งเดาเลขรหัสล็อกเกอร์หกตัวก็ยังทำได้ยากเลยแล้วจู่ธอร์ก็พูดขึ้นมา

                       “น้องชายฉัน”

                       “น้องชายนายเกี่ยวอะไรกัน เลิกเป็นพี่บ้าน้องสักสองนาทีจะได้มั้ยเนี่ย” นาตาชาว่าให้ แต่ธอร์ส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่

 

                       “โลกิ...ฉันคิดว่าโลกิเป็นคนลงมือทำแน่” ธอร์พูดต่อก่อนจะเริ่มนึกถึงวีรกรรมสุดแสบของโลกิเมื่อครั้งที่เขายังไม่ได้ย้ายมาอาศัยในเมืองนี้

                       “อะไรทำให้นายคิดแบบนั้นกัน” คลินต์ถามขึ้นต่อ

                        “เมื่อก่อนตอนที่ครอบครัวฉันยังไม่ได้ย้ายมานี่ ที่โรงเรียนเก่าโลกิเคยทำเรื่องแบบนี้เอาไว้พอสมควร รู้สึกว่าจะเคยขโมยกุญแจภารโรงเพื่อขโมยข้อสอบที่อยู่ในห้องพักครู หลังจากนั้นก็โยนความผิดให้กับคนอื่น แล้วก็ยังมีขโมยสารเคมีในห้องวิทยาศาสตร์ออกมาหลายอย่างแบบที่ถูกเก็บไว้ในตู้อย่างดีเขายังเอาออกมาได้เลย” ธอร์เล่าให้ฟัง เล่นเอาสามคนที่ฟังอยู่เบิกตากว้าง น้องชายของธอร์ช่างเป็นหัวขโมยที่สุดยอดจริงๆ

 

                  “แล้วก็นะ โลกิจะไม่ทำอะไรแบบนี้หรอกถ้าไม่ใช่เหตุผลง่ายๆสองข้อ หนึ่งคือเพื่อตัวเขาเอง และสองถูกว่าจ้างโดยคนอื่น และที่สำคัญตอนนี้อย่างที่พวกนายน่าจะรู้กันว่าน้องชายฉันเป็นทีมแลปฯกับสตาร์คแล้วก็แบนเนอร์คนนั้น เขาอาจจะให้ความร่วมมือกับสตาร์คเพื่อแกล้งนายก็ได้”

                “แจ๋วเลย ทางนั้นดันมีไส้ศึกมือดีด้วย” นาตาชาพูดอย่างหัวเสีย แบบนี้สตีฟก็เสียเปรียบเต็มๆเลย

                “ไม่หรอก โลกิยังเป็นไพ่ตายเราได้ด้วย” ธอร์พูดต่อ เมื่อเห็นสตีฟ นาตาชาและคลินต์ทำหน้างงใส่เขาก็อธิบายไปว่า

                “อย่างที่บอกไปน้องชายฉันจะทำเรื่องแบบนี้ด้วยเหตุผลสองข้อคือเพื่อตัวเองและถูกว่าจ้าง...ฉันว่าสตาร์คจะต้องซื้อตัวโลกิไปแน่ๆตอนนี้ อาจจะด้วยเยลลี่เทซเซอแรคสักสองสามโหล ไม่ก็เค้กช็อกโกแลตหรือพุดดิ้งสองสามถ้วยก็มากพอแล้ว”

 

                “คนอย่างสตาร์คเขาให้ได้มากกว่านี้อีก” คลินต์บ่นอุบอิบส่วนสตีฟก็พูดต่อขึ้นมา

                “หมายความว่านายจะให้ฉันไปซื้อใจโลกิให้ช่วยพวกเราแทน งั้นสิ ?”

                “ถูกต้อง เรื่องนี้ฉันอาจจะช่วยได้ แน่นอนว่าฉันรู้เสมอว่าอะไรสามารถซื้อโลกิได้” ธอร์ตอบอย่างมั่นใจ แน่นอนว่าเขาเองก็ทำบ่อยๆตอนที่ต้องการให้โลกิทำการบ้านให้เขา

                “งั้นขั้นแรกเลยดีกว่า ธอร์นายต้องไปสืบจากโลกิมาให้ได้ว่าพวกนั้นมีแผนการจะทำอะไรต่อ”      นาตาชาพูด จากนั้นทั้งหมดก็เริ่มวางแผนการกันอีกครั้ง...

 

 

 

                ทางด้านโทนี่ที่นั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารพร้อมกับบรูซและโลกิ ก็พูดชมโลกิไม่หยุดปาก เขาจ้างให้โลกิเอากางเกงในนั่นไปใส่ในล็อกเกอร์ของสตีฟ และเป็นคนเรียกปีเตอร์ให้มาอยู่ในตำแหน่งนั้น จัดฉากทุกอย่างตามแผนการ...โทนี่ยิ้มอย่างมีความสุข ตอนนี้เขาสุขใจมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเรื่องโดนแกล้งเมื่อวานมันกลายเป็นเรื่องเล็กๆในสายตาเขา

                “อย่าลืมเทซเซอแรคล่ะ” โลกิพูดย้ำ โดยตกลงว่าจะเปิดล็อกเกอร์ให้ถ้าโทนี่ยอมซื้อเยลลี่เทซเซอแรคขนาดถุงจัมโบ้ไซส์ที่จะขายเฉพาะเดือนนี้เท่านั้นให้สามถุง

 

                “ไม่ลืมหรอก อันที่จริงจะให้มากกว่านี้ก็ยังได้เลยเทพตัวน้อย เช้าวันนี้มันเป็นอะไรที่สนุกจริงๆเลยว่ามั้ย เห็นหน้าเจ้าโรเจอร์นั่นแล้วฉันล่ะขำจริงๆ ตอนนี้ปีเตอร์คงเอาไปเขียนข่าวได้สนุกพิลึกแน่ๆ” ว่าแล้วโทนี่ก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะนึกถึงตอนเช้า วันนี้โลกิมาโรงเรียนเช้ากว่าปกติ รวมถึงเขาด้วย โดยโลกิบอกว่าธอร์จะต้องไปซ้อมกีฬากับสตีฟทุกเช้า ดังนั้นแล้วโทนี่จึงอาศัยจังหวะนี้ ให้โลกิไปเปิดล็อกเกอร์ของสตีฟ แล้วเขาก็เอากางเกงในที่เตรียมมายัดใส่เข้าไป เพียงแค่นั้นก็เสร็จตามแผน โดยไม่ลืมชวนให้ปีเตอร์มาดักรอถ่ายรูป โทนี่พอจะรู้จักกับช่างกล้องของหนังสือพิมพ์โรงเรียนพอสมควรเลย (เป็นที่รู้กันดีว่าปีเตอร์        ปาร์คเกอร์คนนี้บูชาโทนี่มากแค่ไหน)

                “พรุ่งนี้ฉันว่าจะลองเริ่มแผนการต่อไปดูเลยดีกว่า” โทนี่พูดต่อก่อนจะยกกาแฟกระป๋องมาซด

                “แผนอะไร ?” โลกิถาม แล้วโทนี่ก็กระดิกนิ้วเรียกให้โลกิเอาหูมาใกล้ๆก่อนจะกระซิบกระซาบกันสองคน...บรูซตัดสินใจทันทีว่าเขาต้องหาโอกาสคุยกับคลินต์ไม่ก็นาตาชาถึงเรื่องนี้ เมื่อวานเขาก็ว่าจะคุย แต่ว่าก็ไม่กล้าเสี่ยงไปคุยกับนาตาชาคนเดียว...

 

 

 

                เย็นวันนั้น เมื่อทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน บรูซ คลินต์และนาตาชาเดินกลับพร้อมกันตามปกติ แล้วบรูซก็เริ่มเปิดบทสนทนา...

                “เอ่อ...ฉันอยากจะบอกพวกนายเอาไว้หน่อย”

                “เรื่องอะไรเหรอ ว่ามาเลยพวก” คลินต์ตอบ นาตาชาเองก็หันไปมองหน้าบรูซอย่างสนใจ

                “เรื่องของโทนี่น่ะ” บรูซหยุดไปก่อนจะเริ่มพูดต่อเมื่อทั้งสองคนให้ความสนใจฟังอย่างเต็มที่

                “พรุ่งนี้เขากับโลกิอาจจะร่วมมือกันทำอะไรบางอย่างกับสตีฟ”

                “อย่างวันนี้กับกางเกงในเป็นถุงนั่นเหรอ” คลินต์พูดก่อนจะกลั้นหัวเราะ เอาคืนได้เด็กกันจริงๆคู่นี้ (แต่ส่วนหนึ่งเขาเองก็เป็นคนช่วยสตีฟคิดแผนการน่ะนะ)

                “นั่นสินะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำเตือน เราคงจะต้องหาทางรับมือกับเขาให้มากขึ้นอีกหน่อย” นาตาชาพูดก่อนจะตั้งท่าครุ่นคิด เธอเองก็สนุกเอาการกับเหตุการณ์สุดซวยของสตีฟ

                “แต่ฉันคิดว่าคราวนี้ไม่น่าจะ...” ก่อนจะบรูซจะพูดจบคลินต์ก็แทรกขึ้นมา

                “อย่ากังวลน่า เราหาทางรับมือได้เสมอ” และบรูซเองก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างที่คลินต์พูดตลอดไป แล้วพวกเขาทั้งสามคนก็เริ่มคุยเรื่องสัพเพเหระตั้งแต่อากาศและท้องฟ้าไปจนถึงเรื่องบ้าๆอย่างถ้านิคตาเดียวมีสองตาขึ้นมา...

 

 

 

                ทางธอร์เองวันนี้เขากลับบ้านพร้อมกับโลกิ (ขี่จักรยานคนละคัน) บ้านของสองพี่น้องชื่อ(เป็น)เทพอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก (ไม่ไกลมากพอที่จะขี่จักรยานมาได้โดยเหงื่อไม่ออก)  ก่อนจะถึงบ้านของทั้งคู่ก็เป็นสวนสาธารณะและร้านขายของชำเล็กๆและร้านหนังสือเก่าๆ...

                “ได้ยินมาว่าหนังสือเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์เล่มใหม่ของซีวิคออกมาแล้วนี่นะ” ธอร์พูดขึ้นมาลอยๆเมื่อผ่านหน้าร้านหนังสือที่ใกล้บ้านนั้น ก่อนจะสังเกตอาการของโลกิที่ดูเหมือนจะชะงักนิดหน่อย... อย่างที่เขาคิดไว้เลย โลกิยังไม่ได้ซื้อเล่มล่าสุดของซีวิคนักดาราศาสตร์ที่มีผลงานมากมาย รวมถึงหนังสือหลายเล่ม(ที่เต็มอยู่บนชั้นหนังสือในห้องโลกิ)

 

                “ไม่แวะดูหน่อยเหรอ ?” ธอร์ถามต่อ และไม่ต้องให้ตอบอะไรมาก โลกิเบรกจักรยานทันที ก่อนจะลงจากจักรยานแล้วเข็นไปจอดหน้าร้านอย่างรวดเร็ว...ธอร์ฉีกยิ้ม เขารู้ดีว่าโลกิมักจะ ‘เกรงใจ’ เพราะว่าตัวเองไม่ใช่น้องหรือลูกแท้ๆขงครอบครัวโอดินสัน โลกิเป็นเพียงลูกของญาติห่างๆที่พ่อแทบไม่รู้จักเท่านั้น

                ในร้านหนังสือเล็กๆ เต็มไปด้วยหนังสือมากมายตั้งแต่เล่มออกใหม่ไปจนถึงเก่าขนาดกระดาษเหลืองและกรอบ โลกิเดินสำรวจทั่วร้านตามปกติ ก่อนจะหยุดลงหน้าเคาน์เตอร์ที่เป็นแผงหนังสือใหม่ หนังสือว่าด้วยความลับของอวกาศที่ซีวิคเขียนวางโชว์อยู่ตรงนั้น แถมมันมีเล่มเดียวอีกต่างหาก...

 

                โลกิจ้องมันอยู่นานพอควร หยิบขึ้นมาดู เปิดๆ แล้วก็ปิดหนังสือ วางลงกับชั้น ทำแบบนี้สลับไปมาหลายรอบจนธอร์แน่ใจว่าโลกิไม่มีเงินซื้อแน่ๆ (หรือเกรงใจ)

                “อยากได้รึเปล่าโลกิ ?” ธอร์ถามอย่างตรงประเด็นไม่มีอ้อมค้อม โลกิหันมามองธอร์นิดหน่อย ก่อนจะกลับไปมองหนังสือแล้วพยักหน้าหงึก

                “วันนี้พี่จะซื้อให้ก็แล้วกัน” ธอร์พูดก่อนจะคว้าหนังสือแล้วเดินไปจ่ายเงิน ถ้าธอร์กันหลับมาดูตอนที่กำลังจะจ่ายเงินละก็คงจะทันเห็นโลกิกระโดดโหยงเหยงไปมาอย่างดีใจ ท่ามกลางสายตาตะตะลึงของเจ้าของร้านที่เป็นชายชราคนหนึ่ง

 

 

                เมื่อออกมาจากร้าน ธอร์ไม่รอช้ารีบพูดขึ้นมาลอยๆทันที

                “น่าแปลกใจนะ ที่โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” และไม่ต้องรอช้า โลกิรู้ความหมายของมันทันที...เขามักจะใช้ถ้อยคำนี้กับธอร์อยู่บ่อยๆเวลาที่ธอร์มาขอร้องให้เขาทำการบ้าน รายงานหรือโกหกพ่อให้

                “ท่านพี่ธอร์ที่รักขอรับ อยากให้น้องโลกิคนนี้ทำอะไร ยินดีรับบัญชาตามที่ท่านพี่ที่รักต้องการเลยขอรับ” โลกิตอบไปน้ำเสียงแกมประชดนิดๆ แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะธอร์เป็นคนออกค่าหนังสือสุดแพงของซีวิคให้เขา (แบบที่ไม่ต้องขอด้วย)

                “รายงานการเคลื่อนไหวของแผนการของสตาร์คให้พี่รู้สามอาทิตย์”

                “ห้าวัน” โลกิต่อรอง

                “งั้นสองอาทิตย์”

                “อาทิตย์เดียวกับไปเล่นบาสวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ”

                “งั้นตกลง” ธอร์ตอบ ก่อนจะจับมือกับโลกิ เป็นอันว่าสัญญาสมบูรณ์

                “งั้น แผนการของวันพรุ่งนี้ โทนี่จะ....” โลกิเริ่มพูดอธิบายแผนการให้ธอร์ฟังระหว่างที่ปั่นจักรยานกลับบ้าน

 

TBC.

***************************************************************************

@sesaneen    ไม่อยากสปอยล์ แต่ดราม่าอาจจะมาเยือนในไม่ช้านี้ (คิดว่านะ)

@Past-the-piz   ขอบคุณที่รอตามครับ

@noirpoison    โลกิจะเข้าชมรมบาสหรือไม่ ต้องรอดูต่อไปนะครับ  

 

 

โลกิกระโดดโหยงเหยงไปมาอย่างดีใจ
โอ้ว อยากเห็นภาพนี้แฮะ รบกวนจาร์วิสบันทึกไว้ให้ได้ไหม อ่าใช่ จาร์วิสยังไม่โผล่แฮะ ต้องเป็นปาร์กเกอร์!
ว่าแต่ ดราม่า เหรอ... อ่า เตรียมใจ กระซิกๆ
เห็นด้วยกะความเห็นบนๆ โทนี่หัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว
ถ้ายังไม่รู้ตัวนี่โดนเขมือบแหงๆ

#8 By TZ'sTZ (103.7.57.18|115.67.196.246) on 2012-10-19 16:01

โลกิน่ารักมากอะ ชอบของหวาน

#7 By PPG (103.7.57.18|115.87.70.104) on 2012-10-04 00:16

#6 By PPG (103.7.57.18|115.87.70.104) on 2012-10-04 00:15

น่าสงสารโทนี่จัง5555555555
โลกิกับธอร์ฮาได้อีก ชอบของหวานขนาดนี้เลยเหรอ แถมเป็นหัวขโมยชั้นยอด 555 นายเจ๋งจริงโลกิ

#5 By ttt (103.7.57.18|101.51.47.208) on 2012-10-03 16:39

คลินท์โลกิ คลินท์โลกิ คลินท์โลกิ//โบกธงแม่ยก
ดูท่าทางว่าโทนี่จะเหลือหัวเดียวกระเทียมลีบซะแล้ววว 55+

#4 By noirpoison on 2012-10-02 14:22

มามะโลกิ ถ้าชอบ แทซเซอแรค ขนาดนั้น ป้าจะซื้อเลี้ยงสัก สองโหล
แถมพุดดิ้งอีก 7 ถ้วย ซื้อหนังสือให้ทุกเดือน 555555

โทนี่แลดูหน้าสงสาร 555 มีหนอนบ่อนไส้ซะแล้ว

แล้วโลกิจะชมรมบาสมั้ยหน๋อ?

.............ถ้าโลกิจะไปเข้าชมรมบาส*-* โห้ะๆ เริ่มเห็นแวว คลินท์ โลกิ มาจางๆ
แต่คู่ธอร์กิ นี้แลดูไร้ความหวังจัง.....(แต่ก็ไม่แน่เน้อะ ^[]^)


ปล. กัปตัน จะเอาคืนยังไงต่อน๊า *()*

#3 By tj (103.7.57.18|27.55.12.47) on 2012-10-02 02:25

โอ้ว ตกลงมีดราม่าจริงๆเร้อ  จะได้เตรียมใจทันอ่า อิอิ
สรุปคู่นี้ยังไงเนี่ยแกล้งกันคืนเหมือนเด็กๆเลย
แต่รุ้สึกป๋าโดดเดี่ยวไงก็ไม่รู้ แบบว่าไม่มีพรรคพวกเลย(บรูซก็ไม่เห็นด้วย โลกิก็เป็นสปาย555+)
สู้ต่อไปนะค่ะป๋า ><

#2 By sesaneen (103.7.57.18|125.26.175.180) on 2012-10-01 21:11

โอ้ววว อยากเห็นน่ิงเล่นบาส!!! รอจ้า~

#1 By Past-the-piz on 2012-10-01 10:06