Fic Avengers : Avengers High School (3)

posted on 21 Sep 2012 21:01 by a100a100
หมดแรง...ฝากตอนที่ 3 เอาไว้ด้วยนะขอรับ
ปล.ภาพลักษณ์แสนดีของสตีฟนั้น...
*******************************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง
(3) การเอาคืนของกัปตัน

                  ข่าวเรื่องกัปตันชื่อดังแห่งทีมอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียนที่ไปขัดขาจนโทนี่ สตาร์คล้มหน้าคะมำกลางโรงอาหารดังไปทั่ว จากหนังสือพิมพ์โรงเรียน ที่มีนักข่าวมือดีอย่างปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่มีคนถึงกับลือกันว่าเขาแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ทั่วโรงเรียนเพื่อไว้ทำข่าวโดยเฉพาะด้วย เขาเป็นทั้งมือถ่ายรูปที่ดีที่สุดและยังเขียนเก่งที่สุดในชมรมหนังสือพิมพ์โรงเรียน...แถมยังเป็นเด็กหัวกะทิ (แม้จะไม่เท่าสามหน่อในห้อง  แลปฯนั่นก็ตาม) ที่เทิดทูนบูชาโทนี่ สตาร์คยิ่งกว่าใครๆ เพราะฉะนั้นแล้วข่าวเรื่องโทนี่โดนรังแก (??) เขาจึงตั้งใจเขียน (ป้ายสี) สตีฟ โรเจอร์อย่างเต็มที่ แม้จะโดนเกว็นเอ็ดให้แก้ไปบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นข่าวก็ยังเข้าข้างโทนี่อยู่ดีนั่นล่ะ

                  เมื่อโทนี่ได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์โรงเรียนเขาก็ฉีกยิ้ม...มันเป็นไปตามแผนการของเขาจริงๆ อย่างที่เทพตัวน้อยบอกเขามา ว่าหนังสือพิมพ์โรงเรียนดูค่อนข้างเป็นมิตรกับเขามากกว่าทางนักกีฬาโรงเรียน แถมด้วยการสร้างเรื่องให้สตีฟ โรเจอร์เป็นผู้ร้าย กับเขาที่เป็นพระเอกแสนดีน่าสงสารที่ต้องเจ็บตัว เพียงแค่คิดอัจฉริยะพ่อรวยก็ยิ้มแก้มแทบปริ...

 

 

                        ทางด้านสตีฟ โรเจอร์เองก็เริ่มมีการวางแผนโต้กลับ เขาได้ลองปรึกษาธอร์ คลินต์และนาตาชาดูเพื่อความมั่นใจ...ตอนนี้ไม่ว่ายังไงชื่อเสียงเขาก็คงจะกู่ไม่กลับไปส่วนหนึ่งแล้ว ถ้าหากสตาร์คอยากให้เขาเล่นบทเป็นคนเลวชอบกลั่นแกล้งคนอื่น ก็ควรจะยอมเล่นไปตามนั้น อย่างน้อยๆก็สามารถเอาคืนได้เจ็บแสบกว่า และที่สำคัญคืออย่าให้ฟิวรี่ตาเดียวหรือเจ๊ใหญ่มาเรีย ฮิลล์รู้เรื่องนี้...นี่คือคำแนะนำจากนาตาชา (สตีฟต้องยอมรับว่าเธอน่ากลัวจริงๆ)  แม้ว่ากัปตันผู้รักสงบจะไม่อยากทำแต่ทางเลือกอื่นก็ดูไม่เข้าท่า...อย่างเช่น การแก้ตัว หรือยอมอยู่เฉยๆให้ถูกใส่ร้ายรอเรื่องเงียบ...ดังนั้นแล้วการฝึกเป็นพี่เบิ้มโหด โฉด เกเรจึงเกิดขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว (โดยฝีมือการติวเข้มของนาตาชาที่ดูจะสนุกเป็นพิเศษ)

 

                การเอาคืนของสตีฟ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงพักกลางวัน เพียงแค่เจอโทนี่ที่ไหน เขาก็สามารถลงมือได้เลย...ครั้งที่หนึ่ง เริ่มตอนเปลี่ยนคาบเรียน...เมื่อสตีฟเห็นเป้าหมาย เขาก็ไม่รอช้า ตรงเข้าไปและ...

                ผลัก! โครม! แค่ออกแรงเบาๆ โทนี่ตัวปลิวล้มลงกับพื้นพร้อมกับกองหนังสือที่ถือในมือ มันเป็นการล้มจริงๆ ไม่มีการฝึกซ้อมเซฟตัวมาเหมือนครั้งก่อน ท้องกระแทกพื้นอย่างจัง ท่ามกลางสายตานับร้อยและคำพูดน่าอัดของสตีฟ

                “ขอโทษที ฉันไม่ทันเห็นนาย ก็นะ...นายมันเตี้ยนี่” ทุกนต่างยืนตะลึงงัน สตีฟ โรเจอร์ที่แสนสุภาพพูดจาร้ายกาจออกมาได้ด้วย! แล้วกัปตันก็เดินออกไป ทิ้งให้คนโดนชนนอนกองอยู่ตรงนั้น และแน่นอนว่าการชน (ผลัก) ของสตีฟไม่ธรรมดาแน่นอน ตามคำแนะนำของคลินต์ที่เสริมมาว่า ถ้าจะผลัก อย่าผลักให้ล้มอย่างเดียว น่าจะมีอะไรเสริมเข้าไปอีกสักนิด...เช่นกระดาษโน้ตทุเรศๆ

‘ลูกแหง่ติดพ่อ เป็นเกย์แถมยังหลงรักนิคตาเดียว’

                กว่าสตาร์คจะรู้ตัวว่ามีไอ้กระดาษทุเรศนี่ติดหลังอยู่ก็หลายชั่วโมงผ่านไป (บรูซทนไม่ไหวเลยเอาออกให้)...เขาถึงว่าทำไมคนถึงมองเขาแล้วยิ้มแปลกๆ...นั่นนับเป็นความอับอายอย่างยิ่งสำหรับโทนี่ สตาร์คผู้แสนสมบูรณ์แบบและพอถึงพักกลางวันก่อนที่โทนี่จะได้เอาคืนสตีฟกับเรื่องเมื่อเช้า...

 

                โรงอาหารยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่ตั้งวงซุบซิบและหัวเราะคิกคักเมื่อโทนี่ สตาร์คเดินเข้ามาภายในโรงอาหาร เป็นที่โจทก์จันกันน่าดูทีเดียวสำหรับ ‘ลูกแหง่ติดพ่อ เป็นเกย์แถมยังหลงรักนิคตาเดียว’ (อภินันทนาการจากการชนของสตีฟ โรเจอร์ สนับสนุนคำพูดโดยคลินต์ บาตันและนาตาชา โรมานอฟ) แต่โทนี่ก็ยังคงตีหน้ายิ้มเอาไว้ ประจวบเหมาะพอดีกับสตีฟที่เดินผ่านมาพร้อมน้ำหวานแก้วใหญ่...

 

คงไม่ต้องบรรยายเหตุการณ์ต่อจากนี้หรอกมั้ง ?

.........................

...........

.....

 

 

                แล้วยามเย็นแสนสุขของโทนี่ก็มาถึง (?) เขาเดินเข้าไปในห้องแลปฯ ที่มีบรูซกับโลกนั่งรออยู่ ในเสื้อที่มีสีฟ้าจางๆจากน้ำหวานเมื่อพักกลางวันแถมหลุดรุ่ยพอควร ผมเผ้ากระเซิงแถมด้วยสภาพหอบแฮ่ก และเมื่อหันหลังก็พบกับป้าย (อีกแล้ว)

‘จูบฉันที’

 

 

 

                เป็นประโยคง่ายๆที่เล่นเอาบรูซหัวเราะพรืด ส่วนโลกิก็ตั้งท่าล้อเลียนโดยทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าไปจูบโทนี่ตามป้าย...

                “ฉันไม่ขำ” โทนี่พูดเสียงเครียด หน้าของเขาบูดบึ้งอย่างหัวเสียสุดๆ (ยิ่งกว่าตอนที่พ่อไม่ยอมซื้อ  ฟิกเกอร์ฮีโร่คนโปรดให้ในตอนเด็กๆอีก) วันนี้ทั้งวัน เขาโดนเจ้านั่นแกล้ง...ทั้งวันเลย ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงตอนเย็น เจ้าสตีฟ โรเจอร์

 

                “อ่า โทษทีๆ ให้ฉันช่วยเถอะ” แล้วพี่เลี้ยงเด็ก (??) บรูซก็เดินเข้าไปหาโทนี่ แล้วดึงไอ้ป้ายอุบาทว์ด้านหลังออกให้ ก่อนจะเข้ามาจัดเสื้อผ้าให้ดูเรียบแล้ว แล้วก็ปัดๆผมที่ยุ่งนั่นให้เข้าทรง...โลกิมองภาพตรงหน้าแล้วนึกขำอยู่หน่อยๆ...

                “เป็นอัจฉริยะแท้ๆแต่กลับดูแลตัวเองไม่ได้” โลกิพึมพำเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นพ่อคนหูดีก็ยังได้ยิน

                “ว่าไงนะ” วันนี้ทั้งวันโทนี่ก็เจอกับเรื่องไม่สบอารมณ์มามากพอแล้ว ยังต้องมาเจอกับไอ้เด็กมีปัญหานี่อีกคน มันทำให้เขาแทบคลั่งเลยทีเดียว

 

                “เปล่านี่” โลกิตอบก่อนจะเมินหน้าหนี แล้วก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรยุกยิกลงบนสมุดโน้ตสีดำ แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ นั่นทำให้บรูซโล่งใจได้นิดหน่อยว่าโทนี่จะไม่โมโหแล้วลงไม้ลงมือก่อนเรื่องกับโลกิแน่นอน...ผ่านไปครู่หนึ่งบรูซก็อยากจะเผ่นหนี ย้ายสำมะโนครัวหรือไม่ก็ออกนอกโลกไปให้พ้นๆจะเด็กแสบ (ไม่เข้ากับอายุ) สองคนนี่

                “ผมว่าคุณควรจะเอาคืนเขานะ” โลกิเปิดประเด็นที่รู้ๆกันดีว่าเรื่องอะไร

                “ใช่ ฉันก็กำลังคิดอยู่นี่ไง ต้องเอาคืนให้หนักกว่านี้” โทนี่พูดก่อนจะขมวดคิ้ว วันนี้เขาโดนมาหนักจริงๆ ใครจะคิดว่าสตีฟ โรเจอร์จะกล้าเอาคืนแรงๆกลับมากัน

                “ถ้าฝ่ายโน้นเขายอมเล่นบทผู้ร้าย เราก็เล่นบทของเราต่อไปสิ ตัวเอกที่น่าสงสารโดนกลั่นแกล้งอย่างไม่ยุติธรรมในโรงเรียน แต่สุดท้ายก็สามารถเอาชนะและฝ่าฟันมันมาได้” โลกิพูดต่อ

 

                “แต่ฉันชักจะคิดไม่ออกแล้วสิว่าเราควรจะทำยังไง ฉันทนยอมโดนแกล้งแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอก อย่างน้อยๆเจ้าโรเจอร์นั่นจะต้องโดนเอาคืนบ้าง” โทนี่พูดต่อ ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้ามามากกว่าเดิม

                “ลองสะเดาะล็อกเกอร์แล้วเอาอะไรทุเรศๆไปยัดไว้ข้างใน” โลกิพูดต่อ พร้อมกับโทนี่ที่หันควับมามองน้ารุ่นน้องตัวแสบ

                “ผมเคยทำอยู่นะ” โลกิตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เรื่องร้ายกาจแบบนี้เขาแทบลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างใส่ร้ายเพื่อน ยุให้คนแตกคอกันไป ขโมยของในห้องเคมีจนถึงสะเดาะกุญแจห้องพักครูขโมยข้อสอบให้เพื่อนร่วมชั้น...

 

                “ว้าว นี่สิถึงเรียกว่าเก่งจริง” โทนี่เอ่ยปากชม เท่านี้เขาก็สามารถใส่ร้ายสตีฟ โรเจอร์ได้มากขึ้นอีกหลายทางแล้ว...ส่วนบรูซนั้นก็ได้ยืนมอง กะพริบตาปริบๆ ใครจะไปคิดว่าโลกิจะเคยทำเรื่องพวกนี้กัน หรือบางทีอาจจะมีเขาคนเดียวที่ไม่คิดว่าโลกิจะทำก็เป็นได้ ก็ดูเป็นเด็กดีกว่าโทนี่...หรือจะร้ายลึกกัน ?

                “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” โลกิพูดต่อเป็นนัยๆว่าถ้าจะให้ช่วยต้องมีค่าตอบแทน...กับแค่เรื่องแค่นี้หรับโทนี่ สตาร์กรูปหล่อพ่อรวยไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือออกไป เมื่อโลกิเห็นก็ยิ้มแทบแก้มปริ แล้วก็ยื่นมาออกมาจับเป็นอันว่าทำสัญญาทางธุรกิจกันเรียบร้อย...

                “เฮ้ๆ พวกนายสองคนคงไม่คิดจะทำอะไรแผลงๆจริงๆหรอกใช่มั้ย ถ้าโดนจับได้นิกเอาถึงตายแน่” บรูซพูดเตือนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสองคนนี้กำลังจะร่วมมือกันทำอะไรที่พอเดาได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ และอาจจะเดือดร้อนไปถึงคนอื่นๆ...เขาต้องไปเตือนโรเจอร์คนนั้น...นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่บรูซคิดวนเวียนหลังจากที่สองเด็กโข่งร่วมมือกันแล้ว...

 

 

 

 

                วันนี้เป็นวันที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับสตีฟ โรเจอร์ ตอนซ้อมกีฬาเขาถูกอัดอยู่หลายรอบเพราะมัวแต่เหม่อ จนธอร์ถึงกับออกปากให้ไปนั่งพัก ทั้งที่ทุกครั้งเขาจะเป็นคนสั่งคนอื่นแท้ๆ แต่วันนี้กลับโดนเสียเอง อาจจะเพราะว่าวันนี้เขาลงมือเอาคืนโทนี่มากไปหน่อย...การกลั่นแกล้งคนอื่นหรือเอาคืนมันไม่ใช่นิสัยของเขาเอาเสียเลย...สำหรับสตีฟแล้วตอนนี้มีแต่ความลำบากใจเท่านั้น

 

                 เขากำลังคิดถึงคู่กรณีที่โดนผู้หญิง(ทั้งแท้และเทียม) กระชากลากถูกตัวไปมาเพื่อจูบเขาตามป้ายบนหลังที่เขาแปะไว้ด้วยกาวอย่างดี (ที่ธอร์เป็นคนเอามาให้) ฝ่ายนั้นเลยดึงไม่ออก จนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แถมด้วยตอนกลางวันกับน้ำหวานสีฟ้า (ผสมสีน้ำมันเข้าไปอีกนิดหน่อย) ที่เขาเทราดหัวโทนี่กลางโรงอาหารท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย (และเสียงเชียร์อยู่เนืองๆ) จนเสื้อเชิ้ตตัวขาวๆนั่นกลายเป็นสีฟ้าสดใสและรอยด่างๆ ส่วนในตอนเช้าก็ผลักให้ล้มแล้วติดแผ่นกระดาษที่เขียนเรื่องร้ายกาจเอาไว้

 

                 สตีฟ โรเจอร์กำลังเก็บอุปกรณ์ฝึกซ้อมของพวกเขาโดยมีธอร์ช่วย ส่วนลูกทีมคนอื่นๆกลับบ้านกันไปหมดแล้วตามที่ตกลงกันไว้

“นายดูแปลกไปนะสหาย มีอะไรไม่สบายใจบอกกันได้นะ” ธอร์พูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสตีฟขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน และอาการเหม่อลอยอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

“นิดหน่อย วันนี้ฉันดูเป็นไง ?” สตีฟถามกลับ

“ก็ดูหล่อปกติดีนี่” ธอร์ตอบก่อนจะโยนลูกรักบี้ลงไปในกรงเหล็กทรงสี่เหลี่ยม

 

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึง...ฉันดู..เลวร้ายมาก...หรือปล่า?” ธอร์สังเกตสีหน้าของสตีฟก็รู้ได้เลยว่าเพื่อนของตนกำลังหนักใจมาก...เกี่ยวกับการเอาคืนโทนี่ สตาร์ก

“ก็ไม่นะ” ธอร์เลือกจะตอบแบบนี้เพื่อป้องกันสตีฟเฉาตาย...ความจริงแล้วมันค่อนข้างดูเป็นคน   ร้ายกาจมากเลยทีเดียว แต่ทางโน้นเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน

 

“โกหกเห็นๆ ฉันว่าฉัน...ฉันควรจะไปขอโทษเขา”

“เฮ้ๆ ทำแบบนั้นเจ้าหมอนั่นก็ยิ่งได้ใจนะ” ธอร์รีบแย้งขึ้นมาทันทีก่อนจะยกกล่องใส่ของไป ในขณะที่สตีฟเข็นกรงเหล็กออกจากสนาม...

“แต่...”

“ไม่เป็นไรน่า ทุกคนรู้ว่านายเป็นยังไง พวกเขาต้องเข้าใจ แม้ว่าไอ้หนังสือพิมพ์โรงเรียนนั่นจะใส่ร้ายนายก็ตามที อีกอย่างฉันมีไพ่ตายไว้ด้วย” ธอร์พูดก่อนจะยืดอกอย่างภาคภูมิตรงคำว่าไพ่ตาย

 

“ไพ่ตาย ?” สตีฟถามอย่างงุนงง...คนอย่างธอร์มีแผนการกับเขาได้ด้วย ?

“ใช่เลย น้องชายฉันไง ? จำได้มั้ยเด็กที่ตัวผอมๆสูงๆ ขาวซีด ผมดำๆ ชอบทำตาขวางๆ เขาอยุ่ทีมแลปฯกับสตาร์กแล้วก็แบนเนอร์ เพราะแบบนั้นฉันเลยมีโอกาสรู้ความเคลื่อนไหวของพวกนั้นได้ ก็แค่ต้องแลกอะไรกับน้องชายบ้างเป็นการแลกเปลี่ยน” ธอร์อธิบายทำให้สตีฟเข้าใจทันที

“แล้ววันนี้นายจะกลับบ้านยังไง ฉันไปส่งให้ได้นะ” สตีฟถามไปเพื่อเปลี่ยนเรื่อง นี่ก็ค่อนข้างเย็นมากแล้วด้วย

 

“นายก็รู้ว่าฉันเอาจักรยานมาทุกวันนี่ แต่วันนี้คงต้องไปรับโลกิด้วย เขาขี้เกียจเอามาน่ะ” ธอร์ตอบ พลางนึกถึงจักรยานเทาแดงยี่ห้อโยเนียร์คันเก่ง มีเบาะซ้อนท้าย ปรับเกียร์ได้ที่จอดอยู่ข้างๆรถมอเจอร์ไซค์คันโตสีดำแบบสิงห์นักบิดของสตีฟ...แล้วธอร์ก็นึกขำเพราะคนทั้งโรงเรียนนึกว่าเขาคับมอเตอร์ไซค์คันนั้นส่วนสตีฟขี่จักรยาน อาจจะเพราะพวกเขามาโรงเรียนเช้ามากเลยไม่มีใครเห็นก็ได้ว่ารถคันไหนของใคร...

“งั้นก็รีบไปก่อนเลยก็ได้ ฉันเก็บของได้อยู่แล้ว” สตีฟเอ่ยปาก เพราะกลัวว่าน้องชายของธอร์จะรอนานเนื่องจากพวกเขายังจัดการเก็บของไม่เสร็จเลย

“ไม่เป็นไรๆ โลกิบอกว่าวันนี้เขาอาจจะช้า ไม่ต้องกังวลหรอกน่า” ธอร์พูดก่อจะชวนสตีฟคุยสัพเพเหระอย่างสนุกสนาน...แม้ว่าสตีฟจะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมมากเหมือนทุกครั้งก็ตาม

 

 

 

                    ทางด้านคลินต์เองก็ต้องอยู่เก็บลูกบาสเกตบอลที่ใช้ซ้อมกันตามเวรที่จัดกันไว้ เขาจึงบอกให้   นาตาชากับบรูซกลับกันก่อนเลย เพราะเขาคงค่ำน่าดู พวกเขาสามคนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานพอสมควรโดยเฉพาะตัวเขาเองกับนาตาชาที่อยู่บ้านข้างกันเลย ส่วนบรูซนั้นบ้านของเขาก็ไปทางเดียวกันเพียงแต่ต้องนั่งรถเมล์ต่อไปอีกราวๆสิบนาที และป้ายรถเมล์ก็ไม่ไกลกับโรงเรียนและบ้านของพวกเขาเท่าไรนัก ทั้งสามคนจึงเลือกวิธีมาโรงเรียนโดยการเดิน...

 

 

 

                       ตอนนี้โลกิออกมาจากห้องแลปฯ หลังจัดการปิดห้องเรียบร้อยแล้ว วันนี้เขาออกมาเป็นคนสุดท้ายเนื่องจากบรูซต้องไปทำงานพิเศษจึงกลับไปคนแรก ส่วนโทนี่ไม่นานนักคนขับรถส่วนตัวก็โทรเรียกให้กลับบ้านโดยวันนี้เป็นรถลีมูซีนคันหรู (โลกินึกในใจว่าพวกเศรษฐีต้องเป็นแบบนี้ทุกคนแน่นอนเพราไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรอย่างอื่น)

                       เขาก็เดินออกไปนั่งรอพี่ชาย(ที่เขาคิดว่าโคตรบื้อ) ในโรงยิมที่เป็นสนามซ้อมบาสเกตบอล เพราะยังไงพี่ก็ต้องผ่านทางนั้นแน่นอน ห้องเก็บอุปกรณ์ของนักกีฬาถูกจัดไว้ในยิมทั้งหมด รวมถึงทีมเชียร์ด้วย…

 

 

                      เมื่อโลกิเดินเข้านั่งไปตรงข้างสนาม มองไปเรื่อยๆ วันี้ยิมค่อนข้างมือเปิดไฟเพียงแค่พอส่องสนามข้างเดียว แล้วเขาก็สังเกตเห็นกับลูกบาสลูกหนึ่งวางอยู่กลางสนาม...โลกิพยายามทำเป็นไม่สนใจมัน ถึงแม้ว่าใจลึกๆอย่างจะวิ่งเข้าไปเอามันมาเล่นก็ตาม...ช่างเป็นการรอคอยที่โหดร้ายมากสำหรับโลกิ ลูกบาสถูกไปในยิมส่องลงมาประหนึ่งดาราท่ามกลางเวทีอันเจิดจรัสแล้วเขาก็รู้สึกได้ว่ามันกำลังชวนให้เขาเข้าไปหามัน…

                      ท้ายที่สุดสำหรับเด็กหัวดีที่ความอดทนค่อนข้างต่ำ (แต่ก็ไม่เท่าโทนี่) ก็ถอดกระเป๋าเป้แล้ววางไว้ที่ม้านั่ง ดึงเสื้อให้ออกนอกกางเกง พับแขนเสื้อขึ้นมา มัดเชือกรองเท้าให้แน่นแล้วเดินเข้าไปยังลูกบาสอัน  เจิดจรัสที่อยู่กลางสนามนั่น...

 

                     เสียงลูกบาสประทบพื้นยิมให้ความรู้สึกดีไม่น้อย แม้จะไม่เท่ากับพื้นคอนกรีตก็ตาม รองเท้าผ้าใบเสียดสีพื้นดังเอี๊ยดอ๊าด...โลกินึกขึ้นมาว่าพักนี้เขาแทบไม่ได้ไปเล่นบาสกับธอร์เลย ตั้งแต่เข้าเรียนที่โรงเรียนอเวนเจอร์นี่ เมื่อลูกบาสกลับมาอยู่ในมือความรู้สึกเดิมๆก็กลับมา...บาสเกตบอลเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ธอร์เอาชนะเขาไม่ได้

                     

                     เดาะบอลไปมา ลอดใต้ขา หมุนตัว วิ่งแล้วกระโดดชู้ตใต้แป้น ชู้ตสามแต้ม กระโดดดั้งค์ลูก วันนี้  โลกิทำทุกอย่าง เล่นบาสรอพี่ชายอย่างสนุกจนลืมเวลาและลืมดูไปว่ามีคนยืนมองเขาอยู่นานสองนานตั้งแต่เขาเริ่มเล่น...

                     คลินต์มองดูโลกิเล่นบาสเกตบอล โดยใช้ลูกบอลของเขา เขาไม่รู้จักเด็กหนุ่มตรงหน้าหรอก แต่จากท่าทางแล้วมีความสามารถพอๆกับลูกทีมที่ไปแข่งกับเขาเลยทีเดียว เขายังสงสัยว่าเขาพลาดให้มือดีๆแบบนี้หลุดไปได้ยังไงกัน เสียชื่อตาเหยี่ยวหมดพอดี และแล้วดูเหมือนโลกิจะรู้สึกตัวว่ามีคนมองจึงหยุดชะงักในท่ากำลังจะชู้ตลูกลงห่วง...

                    “ไม่ต้องสนใจฉันหรอกนะ เล่นไปเถอะๆ” คลินต์พูดพลางหัวเราะแห้งๆ เมื่อเห้นอีกฝ่ายทำหน้าเจือนๆเหมือนว่าตัวเองผิดใส่เขา แต่โลกิไม่ตอบยังคงค้างอยู่แบบนั้น เกิดความกระอักกระอวนขึ้นระหว่าง คลินต์และโลกิ ทั้งคู่ต่างเงียบไม่พูดอะไร สุดท้ายแล้วคลินต์ก็เดินเข้าไปในสนามและพุ่งตัวเขาหาโลกิเพื่อแย่งลูกบาส แต่โลกิเองก็ไวใช่ย่อย เขารีบหลบตามสัญชาตญาณ และเลี้ยงลูกหนี

                    คลินต์วิ่งไล่ตามไป ดักหน้าโลกิที่วิ่งหนีไปยังสนามฝั่งที่มืดกว่า โลกิรีบหมุนตัวกลับทันทีแต่ก็ไม่ทันคลินต์ เพียงแค่นิดเดียวเขาก็จะถูกคลินต์ฉกลูกบอลไปได้แต่ด้วยความสูงที่เหนือกว่าที่ให้เขาเพียงแค่ชูเอาไว้คลินต์ก็ไม่สามารถเอื้อมถึง...ทั้งคู่เล่นกันอยุ่แบบนี้เป็นเวลานานพอควร

 

                แล้วโลกิก็สลัดคลินต์อกมาแล้ววิ่งตรงไปยังแป้นบาสข้างที่มีไฟส่องสว่าง แล้วกระโดดดั้งค์ลูกไปอย่างสวยงาม เขาถึงกับหอบหายใจ คลินต์เองก็เช่นกัน เหงื่อไหลเป็นทางกันทั้งคู่

                “น้องฉันเก่งใช่มั้ยล่ะ ? ฝึกมากับมือเชียวนะเนี่ย” ธอร์ที่ไม่รู้ว่าเข้ามาตอนไหนพูดขึ้นพร้อมกับปรบมือให้กับทั้งคู่

                “ว้าว ไม่แปลกใจเลย แต่รู้สึกเขาเก่งกว่านะ” คลินต์พูดก่อนจะลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น แล้วหัวเราะอย่างร่าเริงส่วนโลกิก็นิ่งไปอีกแล้ว...เขาไม่ชอบให้ใครมาเห็นเวลาเขาเล่นบาสเลยจริงๆ เพราะมันจะต้องตามมาด้วยคำว่า

                “นี่ ไม่สนใจมาเข้าทีมกับเราเหรอ ฝีมือร้ายกาจแบบนี้เล่นเป็นตัวจริงได้เลยนะ”

                “ขอบคุณที่ชวน แต่ไม่ดีกว่า” โลกิปฏิเสธไปอย่างรวดเร็ว

 

                “งั้นไม่เป็นไร ถึงจะเสียดายก็เถอะ แต่ดูจากหน้าแล้วถึงฉันจะตื๊อยังไงก็คงไม่เปลี่ยนใจ แต่ถ้าอยากมาเล่นก็มาได้ทุกเวลานะ เรายินดีต้อนรับเสมอ เฮ้! ธอร์แคปกลับบ้านไปหรือยัง” คลินต์หันไปพูดกับโลกิก่อนจะหันมาถามธอร์

                “ไปก่อนตั้งนานแล้ว ฉันมายืนดูเกมของพวกนายได้ราวๆยี่สิบนาทีแล้ว” ธอร์พูด ก่อนจะร้องเสียงหลงอย่างไม่น่าฟังโคตรๆ

                “งั้นฉันต้องขอตัวก่อนนะ ต้องรีบกลับแล้ว ก่อนจะมืดไปกว่านี้ ไปเร็วโลกิ” ธอร์ว่าจะจะวิ่งออกไปพร้อมกับโลกิที่เดินไปเก็บกระเป๋า แล้วหันมาพูดกับคลินต์ก่อนจะวิ่งตามพี่ชายตนไปว่า

                “ถ้าว่างๆ ผมจะมาเล่นด้วยก็แล้วกัน”

 

 

TBC.

************************************************************

@:_[fuijmoto]_:  ขอบคณสำหรับคำชมมากครับ ใช่ครับ โลกิไม่ค่อยยุ แต่ส่งเสริมอย่างเปดเผยต่างหาก

@sesaneen       ตอนนี้ก็ได้เห็นกัปตันแสนดีเอาคืนแล้วนะครับ (บรูซดูน่าสงสารนิดนึงจริงๆด้วยแฮะ)

@Michiyo  หวงว่าจะถูกใจกกับการโต้กลับของกัปตันนะครับ

@DiamondD'st  บรูซก็น่าสงสารแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่น่าสงสารด้วย (ชักทะแม่งๆ) วิธีการโต้กลับของกัปตัน

หวังว่าจถูกใจนะครับ

น้องกิร้ายมาก เรื่องแบบนี้ทำมาหมดแล้ว

เรียนเก่งกีฬาเลิศ อร้ายยยย ><
ติดตามๆ

#6 By ~ HaNaHaNa ~ on 2013-01-13 18:48

ขำกลิ้งเลยค่า พึ่งจะเคยอ่านพี่แคปแกล้งโทนี่ก็ตอนนี้ล่ะ ฮาจริงcry

#5 By Apple Acid on 2012-11-10 23:01

นี่มัน แผนการเด็กแกล้งกันชัดๆ แต่ชอบแฮะ เพราะยังไงโทนี่ก็ดูไม่โต สมกันดี เหมาะ (โดนโทนี่ตบเปรี้ยง)
วีรกรรมของโลกิช่าง เหมาะสม อ่า เหมาะ มีแต่คำว่าเหมาะ เหมาะ เหมาะ ลอยเต็มไปหมด
จะแอบจิ้นคลินต์กับโลกิดีไหม? แฮ่ เหมาะ!

#4 By TZ'sTZ (103.7.57.18|115.67.132.212) on 2012-10-19 15:48

สตีฟกลั่นแกล้งกลับได้น่ารักมากกก   โทนี่สมควรโดนอย่างแรงกล้า 555
ว่าแต่น้องกินี่ทั้งเรียนทั้งกีฬาเด่นสินะ อรั๊ยยย แอบคิดว่าถ้าไปเข้าชมรมบาสกับคลินท์ได้น่าจะดี//อวยคลินท์/โลกิ

#3 By noirpoison on 2012-09-23 20:52

กัปตันอิโนเซนจริง~ น่ารักก
น้องกิก็เก่งนี่!! เพอร์เฟกจิงง
รอตามค่าา

#2 By Past-the-piz on 2012-09-22 19:11

สตีฟนายแน่มาก เฮ้ย ไม่ใช่ นิสัยแย่มาก 555
แล้วพ่อโทนี่เราจะเอาคืนไงเนี่ย มันควรจะดราม่าหรือป่าว แต่ยิ่งอ่านยิ่งฮาจริงๆ
นึกภาพปู่เป็นพวกเกเรไม่ออกเลยนะเนี่ย 5555
ปล. สรุปในเรื่อง บรูซน่าสงสารที่สุดดดดดดดดดด

#1 By sesaneen (103.7.57.18|125.26.155.122) on 2012-09-21 23:25