Fic Avengers : Avengers High School (2)

posted on 14 Sep 2012 22:42 by a100a100
ตอนที่สอง...มาส่งแล้วครับ
อาจจะมีอะไรยังไม่เข้าที่เข้าทางก็ขออภัยด้วยครับ
ช่วงนี้ใกล้สอบอาจจะหายตัวไปสักพักนะขอรับ
***********************************************************************
Avengers High School
 
Rate : คงไม่เกิน PG-13 หรอก
  
Pairing : steve/tony  นอกนั้นคิดกันเอาเอง
(2) ศึกแรก

                 แม้จะไม่ได้ประกาศสงครามกันอย่างเป็นทางการ แต่ว่าทุกคนในโรงเรียนต่างรู้กันดีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างโทนี่ สตาร์กและกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอล (จากหนังสือพิมพ์โรงเรียน) จนกลายเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากอย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน มีทั้งถกเถียงกันว่าใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ แต่ที่เล่ากันสนุกปากมากที่สุดก็คือทั้งสองคนจะแก้แค้นกันหรือไม่ หรือจะมียกต่อไปหรือเปล่า ? (หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง)

 

                “รู้มั้ยแคป เรื่องที่โรงอาหารเมื่อวันก่อนดังไปทั่วแล้วนะ” คลินซ์เดินเข้ามาทักสตีฟหลังจากที่คาบเรียนสุดท้ายของวันได้จบลงไป...ด้วยบรรยากาศที่มาคุหน่อยๆทั้งวัน ชวนให้อึดอัด เนื่องจากบุคคลสองคนที่มีเรื่องราวกันใหญ่โต นั่งเรียนอยู่ในห้องเดียวกัน และที่สำคัญ...นั่งโต๊ะข้างๆกัน ชวนให้ใจหายเป็นระลอกๆทุกครั้งที่พวกเขาขยับตัว

                “นายดังมากขึ้นแล้วนะเพื่อน ฮ่าๆๆๆ” ธอร์ว่าก่อนจะตบไหล่สตีฟดังป้าบ

                “งั้นเหรอ” สตีฟ โรเจอร์พูดอย่างเหนื่อยๆ สองสามวันที่ผ่านมาหลังจากเหตุการณ์เดินชนกันที่โรงอาหารนั่น ทำให้เขาแทบไม่ได้พักผ่อนเพราะความเครียด ส่วนหนึ่งเพราะว่าตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยมีเรื่องกับชาวบ้านเขาจริงๆจังๆก็หนนี้ เขาค่อนข้างจะรู้สึกผิด(มากถึงมากที่สุด ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายก็จะมีส่วนผิดด้วย)แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก และการที่เขาเสียนายแบบรูป (แอบ) วาดไปหนึ่ง เขาค่อนข้างจะชอบวาดภาพโทนี่พอสมควรเลยทีเดียว (ยิ่งนั่งข้างๆแบบนี้มีหรือจะเหลือ) ทุกอิริยาบถ ทุกท่าทาง สำหรับสตีฟแล้วมันช่างน่าหลงใหล แต่ว่าก็ดันมามีเรื่องกันไปก่อน... ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้สตีฟถึงกับนอนไม่หลับ

 

                “เย็นนี้นายจะยกเลิกซ้อมให้เราใช่มั้ย ?” ธอร์ถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักยังนั่งนิ่ง

                “อือ ก็คงงั้น.........เฮ้! หลอกฉันพูดอะไรกัน!” กัปตันทีมถึงกับโวยลั่น ธอร์นึกเสียดายนิดๆ อีกนิดเดียวก็จะได้พักซ้อมแล้วแท้ๆ

                “พวกนายนี่ตลกกันดีจริงๆ” คลินต์ว่าก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นมา วันนี้เขาเองก็มีซ้อมบาสเกตบอลไปช้ามากก็คงไม่ไหว เสียชื่อกัปตันทีมหมด แต่เขาเองก็ไม่ถึงขั้นขนาดทางนั้นที่ซ้อมขนาดหนักหรอกนะ...

 

 

               

                  ภายในห้องแลปฯของโรงเรียน บรูซ แบนเนอร์กำลังนั่งมองสารละลายสีม่วงอ่อนในบีกเกอร์ ขณะที่จดอะไรยุกยิกลงในสมุดบันทึก ส่วนโทนี่ก็นั่งคนกรดไฮโดรคลอริก ท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์มากเท่าไร ไม่นานนัก...เสียงประตูก็ดังขึ้น

 

                “ขอโทษทีมาช้า” คำกล่าวขอโทษของเด็กปีหนึ่งผู้มาเป็นทีมแลปฯกับทั้งสองดังขึ้น

                “ผมเจอเจ้าพี่งี่เง่าระหว่างทาง” เขากล่าว คิ้วขมวดเข้าเป็นปม ตาสีเขียวทอแววขุ่นเคืองไม่น้อย

                “อ่า...ไม่เป็นไรหรอก เทพตัวน้อย เราเข้าใจดี” โทนี่ว่าก่อนจะอมยิ้มขำ...เขาค่อนข้างจะชอบชื่อของเด็กน้อยรุ่นน้องคนนี้จริงๆ...คนบ้าอะไรชื่อเป็นเทพนอร์ส...ส่วนบรูซก็นวดขมับตัวเองอย่างหนักใจเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบวันแรก เนื่องจากทนนิสัยของพ่ออัจฉริยะสุดรวยเพื่อนรักของเขาไม่ไหว และคำว่าเทพตัวน้อยของโทนี่...ทั้งๆที่ตัวเองก็เตี้ยกว่าแท้ๆ

 

 

                แม้รุ่นน้องจะไม่พูดอะไร แถมยังยิ้มให้แต่บรูซก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีนัก ส่วนโทนี่นั้นก็นั่งยิ้มสดใสแบบไม่ทุกข์ร้อน แล้วเด็กหนุ่มรุ่นน้องก็เดินเอากระเป๋าไปวางบนเก้าอี้ แล้วเดินไปยังตู้ที่เก็บสารเคมี...ก่อนจะเดินมาพร้อมกับกระปุกแก้วที่ใส่บางอย่าง...

                “ถ้าล้อเรื่องนี้อีกผมจะระเบิดแลปฯคุณตอนนี้เลย” เมื่อบรูซมองกระปุกชัดๆ ก็ถึงกับร้องเสียงหลง

                “อย่านะ!” ส่วนโทนี่เมื่อได้ยินเสียงบรูซร้องก็หันไปมองและ...

                “เฮ้ย! นั่นมันซีเซียมนะเว้ย! อย่าแม้แต่จะคิดเชียว” โทนี่ร้องลั่นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มยืนถือกระปุกอยู่เหนือบีกเกอร์บนโต๊ะที่ใส่น้ำกลั่นเอาไว้...ไม่ว่าใครก็ต่างรู้ดีว่าธาตุหมู่หนึ่งเอในตารางธาตุมีปฏิกิริยาไวกับน้ำมากแค่ไหน โดยเฉพาะซีเซียมที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้อย่างใหญ่หลวง

                “ขอร้องล่ะ...โลกิ” บรูซ แบนเนอร์แทบจะร้องไห้ออกมา...เด็กหนุ่มคนนี้...แสบพอๆกับโทนี่เลย แล้วโลกิก็วางกระปุกลงก่อนจะยิ้มอย่างสะใจ…เมื่อสถานการณ์สงบลง บรูซได้แต่นึกในใจซ้ำไปมาถึงอนาคตที่เขาต้องเผชิญ...เด็กมีปัญหาสองคนที่เขาต้องคอยดูแล...แล้วทั้งสามคนก็เริ่มลงมือทำการทดลอง สำหรับนักเรียนหัวดีอย่างพวกเขาแล้วมันเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับหนึ่ง มากกว่าชีวิตของพวกเขาเอง...

 

 

 

                “จะว่าไปแล้ว ผมได้ยินจากธอร์เรื่อง...สงคราม...ของคุณกับกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอล เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ?” โลกิเอ่ยถามขึ้นมา สายตาไม่ละไปจากหลอดทดลองตรงหน้า...ขณะที่โทนี่ สตาร์กเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ

                “แล้วทำไม” โทนี่ขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ สองสามวันที่ผ่านมาเขาพยายาม ‘หาจุดบกพร่องของกัปตันคนเก่ง’ แต่ก็ไม่เจอเลยแม้แต่น้อย แล้วจะลงมือแก้แค้นยังไงกัน

                “ก็แค่...สงสัย...ที่ไม่คิดล้างแค้น...ถึงคนเริ่มเรื่องจะเป็นเขาก็ตามที” โลกิพูด แต่ประโยคหลังกระซิบกับบรูซ แบนเนอร์เบาๆ บรูซก็พยักหน้ารับน้อยๆ คนอย่างโทนี่ ไม่มีทางยอมรับความผิดของตัวเองง่ายๆ ต่อให้มีหลักฐานมัดตัวแน่น...ยังไงก็จะต้องหาทางแก้ตัวอยู่ดี

 

                “คิดว่าฉันจะลงมือง่ายๆหรือไงกัน ของแบบนี้มันต้องใช้สมองวางแผนก่อนสิ ฉันไม่อยากเจอเจ้าดำเรียกไปนั่งจิบชาหรอกนะ” โทนี่พูดก่อนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะนึกถึงเจ้าดำ...นิก ฟิวรี่...ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีงานอดิเรกคือเรียกนักเรียนที่มีปัญหาไปนั่งจิบชาคุยกันก่อนที่นักเรียนคนนั้นจะถูกพาไปบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมล้างสมองก่อนจะกลับมาเรียนตามปกติ

                “เลิกคิดเถอะน่าโทนี่ มันไม่ทำให้อะไรๆดีขึ้นมาหรอก” บรูซพูดเตือนเพื่อนรักที่มักจะหาปัญหาใส่ตัวเอง แถมเป็นปัญหาใหญ่ๆทั้งนั้นเลยด้วย

                “ถ้ายังสืบไม่ได้ก็สร้างขึ้นมาเลยสิ อาจจะวางแผนให้กัปตันทีมอเมริกันฟุตบอลถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนนิสัยเสียก็ได้นี่” โลกิพูดขึ้นมา ก่อนจะยิ้มมุมปาก เขาค่อนข้างจะชอบการยุแหย่และกลั่นแกล้งคนเอาการ มันสนุกใช้ได้เลยทีเดียว…ความจริงแล้วมันเป็นงานอดิเรกที่ไม่น่าพิศมัยของเขาด้วย

 

                “เจ๋งนี่เทพตัวน้อย ฉันคิดแผนออกขึ้นมาเลย” โทนี่พูดก่อนจะตบมือฉาด ส่วนบรูซก็สะดุ้งโหยง...งานนี้ไม่มีจบง่ายๆแน่ และกำลังตัดสินใจจะไปเตือนกัปตัน แต่ทว่า

                “บรูซ นายคงให้ความร่วมมือใช่มั้ย” โทนี่ถามดักคอ เพราะบรูซชอบห้ามเขาไม่ให้ทำเรื่อง(ชั่วๆ)พวกนี้เสมอเลย ความสนุกในชีวิตของโทนี่เลยหายไปตั้งครึ่งหนึ่ง

                “เอ่อ...” สองสายที่มุ่งร้ายกำลังมองมายังบรูซ ทำให้เขาเริ่มอึกอัก หายใจถี่ขึ้นตามลำดับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะห้ามนะ แต่เจอสองรุมหนึ่งแบบนี้ก็คงไม่ไหว...ผลของการจับเด็ก(เปรต)สองคนมาอยู่ร่วมกัน บรุซได้แต่นึกภวนาให้คู่กรณีของโทนี่มีชีวิตที่สุขสงบและปลอดภัยอยู่ในใจอย่างเงียบๆ...ถ้าเขาผ่านการกลั่นแกล้งไปได้แล้วนะ

 

 

 

                วันต่อมาโทนี่ก็เริ่มดำเนินตามแผนการของตัวเอง...ขั้นแรก เขาเริ่มต้นจากในยามเช้า เมื่อทุกคนมาถึงในห้องเรียน เขาเอ่ยขอโทษสตีฟ โรเจอร์ถึงเรื่องในโรงอาหาร เพื่อนร่วมชั้นเรียนต่างพากันอึ้งและหยุดพูดคุย คนอย่างโทนี่ขอโทษคนอื่นก่อน!! และแน่นอนว่าเรื่องนี้คงไม่พ้นที่จะไปถึงหนังสือพิมพ์โรงเรียนแน่นอน...เพียงแต่ข่าวคงยังไม่ออกวันนี้

                “ฉันขอโทษด้วย เรื่องเมื่อวันก่อน ที่โรงอาหาร ฉันคงหิวมากไปหน่อยจนอารมณ์เสีย อยากให้รู้ว่าฉันไม่ติดใจอะไรแล้วล่ะ”  ส่วนทางสตีฟ โรเจอร์ก็พยักหน้ารับอย่างงงๆ...จู่ๆก็มาขอโทษซะแบบนั้น แถมยิ้มมากกว่าปกติด้วย ถึงอย่างนั้นสตีฟก็ไม่ได้เอะใจ...เขากลับดีใจด้วยซ้ำ อย่างน้อยตอนนี้ก็มองหน้ากันได้แล้ว...เขาจะได้เริ่มวาดต่อได้สักที

               

 

                แต่สตีฟ โรเจอร์ก็ต้องพับความคิดตนเองกลับลงกระเป๋าไปทันที เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เพราะเขาตกหลุมพรางของโทนี่เข้าเต็มๆ

                แผนการขั้นที่สอง เมื่อถึงพักกลางวัน โทนี่เดินถือถาดใส่มะกะโรนี ที่ซอสสีแดงดูค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ...เขาเดินอย่างร่าเริง และเมื่อถึงจังหวะหนึ่งที่สตีฟเดินผ่านมา โทนี่ก็เดินสวนไป โดยเน้นให้ตัวเฉียดกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ไม่ถึงขั้นชน) หลังจากนั้น...โทนี่ สตาร์คก็ล้มหน้าคะมำลงกับพื้นโรงอาหาร หน้าของเขาจมลงในถ้วยมะกะโรนี ที่มีบางส่วนกระเด็นกระดอนออกไปและเลอะตามพื้นรวมถึงเสื้อผ้า...

 

 

                “นายขัดขาฉันทำไมกัน ?” โทนี่เป็นคนเปิดบทสนทนา เมื่อเห็นว่าสตีฟหยุดนิ่งแล้วหันมาดูตามแผนการ(โคตรชั่ว)ของเขา เสียงพูดคุยในโรงอาหารเงียบลงเรื่อยๆ ทุกคนต่างจับจ้องมายังมวยคู่เอก

                “หมายความว่ายังไง ? ขัดขาคุณ ?” สตีฟพูดขึ้นอย่างงงๆ วันนี้มีเรื่องให้เขางงหลายรอบเลยทีเดียว ถ้านับตั้งแต่ตอนเช้าที่โทนี่มาขอโทษเขา เรียนคณิตศาสตร์ไม่เข้าใจ ทำแลปฯของเคมีไม่ได้แล้วก็จบด้วยตอนนี้ ณ เวลานี้ เขาไปขัดขาคนตรงหน้านี่ เมื่อไหร่กัน

                “แกล้งกันงั้นเหรอ ฉันก็ขอโทษไปแล้วนะ” โทนี่ยังคงตีหน้าซื่อ...แถมด้วยลูกทีมร่วมแผนการที่ถลาเข้ามาเป็นลูกคู่

                “ผมเห็นกับตานะว่าคุณขัดขารุ่นพี่โทนี่” ว่าจบโลกิก็เข้าไปประคองตัวโทนี่ให้ลุกขึ้น บรรยากาศในโรงอาหารเริ่มอึดอัดขึ้นอีกครั้ง...แต่ก็ยังไม่วายมีการลงเงินพนันและถ่ายรูปเก็บไว้...

                “เดี๋ยวสิ ผมยังไม่ได้ขัดขาเขาเลยนะ” สตีฟแก้ตัว ถ้าให้ถูกคือพูดความจริงต่างหาก โทนี่ไม่ได้โดนขัดขาหรอก เขาจงใจล้มและสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาต่างหาก แล้วทั้งสองฝ่ายก็เริ่มเถียงกัน...

 

 

                แต่ทว่าครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นสถานการณ์เลวร้ายของกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอล ผู้คนเริ่มซุบซิบกัน และหันไปเข้าข้างโทนี่...เพราะว่าโลกิที่เป็นพยานให้กับผู้เคราะห์ร้าย(ปลอมๆ) ท้ายที่สุดแล้วสตีฟก็ต้องเลิกและเป็นฝ่ายเดินออกไปจากโรงอาหาร...

 

 

                ในเย็นวันนั้นสตีฟค่อนข้างจะไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก (จากคำบอกเล่าของธอร์ผู้ซึ่งเจอการระเบิดอารมณ์ของกัปตันทีมไปเต็มๆ) ส่วนคนก่อนเรื่องก็นั่งหัวเราะอย่างสนุกสนาน...ในห้องแลปฯ กับลูกทีมของตัวเอง

                “เห็นหน้าเจ้าตัวโตนั่นหรือเปล่า โอ๊ย คิดแล้วขำชะมัด” โทนี่พูดก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่น ส่วนโลกิ(ลูกทีมในแผนการชั่วร้าย)ก็ยิ้มอย่างสนุกสนาน คนเดียวที่ดูไม่สนุกกับเรื่องนี้เห็นจะเป็นบรูซที่ยืนเงียบแล้วทำการทดลองของตัวเองต่อ...การสนุกบนความเดือดร้อนของคนอื่นมันไม่ใช่นิสัยเขาเท่าไหร่

                “ฉันว่านายเล่นแรงไปหน่อยนะ” เสียงของบรูซฟังดูจริงจังจนโลกิและโทนี่หยุดยิ้ม...

                “เฮอะ ก็สมควรโดนแล้วนี่นา” โทนี่บ่นอุบอิบ ก่อนจะกอดออกแล้วย่นหน้า...บรูซมองเพื่อนรักวัยเดียวกันอย่างละเหี่ยใจ มันทำให้เขานึกถึงเด็กชายตัวน้อยๆทั้งหลายที่เขาดูแลที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเสียจริงๆ

 

                 ส่วนอีกคนนั้นหรือ...ก็ส่งสายตาเคืองๆมาให้เขาเล็กน้อย แต่สายตานั่นก็หายไป เพียงแค่บรูซล้วงถุงขนมในประเป๋าออกมา

                “กินได้นะ” พอบรูซพูดจบเท่านั้น โลกิก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าถุงขนมไป...เยลลี่รูปลูกบาศก์สีฟ้า...ฟ้ามากจนน่ากลัว (แถมแว่วๆมาว่าเรืองแสงได้ด้วย) ยี่ห้อเทซเซอแรคชื่อดัง (นอกจากเยลลี่แล้วยังมีขนมหวานอีกนานาชนิดให้เลือกกิน แต่ดูเหมือนว่าโลกิจะชอบเยลลี่เป็นพิเศษ)

               “ไม่มีของฉันบ้างหรือไง” โทนี่ประท้วง บรูซถอนหายใจก่อนจะล้วงประเป๋าอีกข้าง แล้วโยนแท่งช็อกโกแลตไปให้

               “หมดแล้ววันนี้” บรูซพูดก่อนจะชูมือทั้งสองข้างเหมือนว่ายอมแพ้...

              “ช็อกโกแลต ? นายเห็นฉันอายุเท่าไหร่กัน” โทนี่ยังคงโวยวาย มือโบกช็อกโกแลตไปมา

              “ถ้าไม่กินผมขอก็แล้วกัน” จบประโยคโลกิก็ดึงช็อกโกแลตออกจากมือโทนี่อย่างรวดเร็ว แล้วก็เดินไปหาบรูซ (แน่นอนว่าเป็นการหลบภัยขั้นพื้นฐานเมื่อคุณแย่งของจากมือโทนี่ สตาร์ค) ขณะที่เคี้ยวเยลลี่  เทซเซอแรคตุยๆ มือก็แกะห่อช็อกโกแลตไปด้วย

 

              “เฮ้ๆ ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่กินนะ เจ้าเทพตัวจ้อย เฮ้ย! คายออกมาเดี๋ยวนี้เลย! นายอย่ามาขวางฉันนะบรูซ! เจ้าเทพตัวน้อยต้องมีคนสั่งสอนบ้างนะรู้มั้ย ?” โทนี่โวยวาย มือปัดไปมา พยายามจะคว้าตัวโลกิที่หลบอยู่หลังบรูซเพื่อนรัก บรูซเองก็ไม่ยอมแพ้ คอยเอาตัวกันไว้อีกต่างหาก...ที่ทำไม่ใช่เพราะต้องการปกป้องโลกิหรอก แต่เพราะว่าถ้าโทนี่จับโลกิได้เมื่อไหร่ ทั้งห้องแลปฯคงจบลงที่คำว่าเละ...

 

               ทางด้านสตีฟ โรเจอร์ผู้เคราะห์ร้าย (ตัวจริง) ก็นั่งกลัดกลุ้มหลังการซ้อมเสร็จอยู่คนเดียว...วันนี้เขาโดนโทนี่ สตาร์คหาเรื่อง งั้นสินะ...ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกก็คือการสร้างสถานการณ์กลั่นแกล้งภาพลักษณ์ของเขาให้เสียหาย...โดยสรุปแล้วมันก็คือการล้างแค้นจากเรื่องในโรงอาหารครั้งก่อนแน่ๆ ไม่มีเหตุผลใดๆนอกเหนือจากนี้แน่นอน ต่อให้ธอร์ที่ซื่อบื้อที่สุดก็ยังรับรู้ได้

 

                                        ‘ในเมื่อคุณต้องการ ผมก็จะจัดให้’  (หมายถึงมีเรื่องกันนะ)

TBC.

**************************************************************************

ขอบคุณมากครับสำหรับทุกๆเมนท์

 @sesaneen  หวังว่าเรื่องนี้จะสร้างรอยยิ้มให้ได้ตลอดทุกตอนนะครับ

 @darkun   ขอบคุณที่ติดตามรอนะครับ 

bow-wow หวังว่าจะหลงรักมันตลดไปนะครับ

@DiamondD'st   ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ

@:_[fuijmoto]_:   ขอบคุณที่ติดตามนะครับ

 

ซวยเลี้ยววววว เจอสองตัวกวนแกล้งเนี่ย ซวยของจริง เห่อ เห่อ สู้เค้านะคุณกับปิตันนนน

#8 By pierce on 2013-02-10 09:08

ยิ่งอ่านยิ่งอิน น้องกิน่าร้ากกกกกกกกกกcry

#7 By Apple Acid on 2012-11-10 22:47

เยลลี่ยี่ห้อแทซเซอแรคเรอะ กร๊าก ไรท์เตอร์คิดได้ไงคะ ถามจริง ซูฮกเลยเถอะ เรายิ้มแก้มแตกแล้ว แต่ อ่าสตีฟชอบวาดแอบรูปโทนี่ ทุกคาแรคเตอร์ โอย สงสารสตีฟ ก็นะ แสดงว่าสตีฟสังเกตทุกอริยาบท ขณะที่โทนี่ไม่แม้แต่จะจำชื่อ กร๊าก น่าสงสาร
ประโยคสุดท้าย เอาเลยแคป ลุย ลุย ลุย! เด็กดื้อต้องโดนดัดหลังซะบ้าง แต่ตอนนี้มันขำจริงๆ นะ ถึงจะเป็นตลกร้ายสำหรับกัปตันก็เถอะ
...ลืมอีกคนที่น่าสงสาร บรูซ คิดซะว่าเลี้ยงเด็ก cry  

#6 By TZ'sTZ (103.7.57.18|115.67.132.43) on 2012-10-19 15:32

โทนี่กับโลกิแท็กทีมกันน่ากลัวจริงๆ
ระวังโดนเอาคืนน้าา หึหึ

//เอาใจช่วยปู่อย่างเงียบๆ

#5 By bow-wow on 2012-09-23 12:00

ระ ร้ายกาจ!!!! =A=;;;
สงสารบรูซจริงๆค่ะที่ต้องมาคอยคุมเด็กสองคนนี้ กร๊ากกกกกก << เอ๊ะ? 
...อยากรู้ว่ากัปปิตันจะจัดการยังไง 

#4 By DiamondD'st on 2012-09-16 02:21

ปู่จะโต้กลับแล้ว จะเอาคืนยังไงน้อ

คู่หูความชั่วร้ายร่วมตัวแล้วมันน่ลกลัวดีแท้

#3 By Michiyo on 2012-09-15 23:39

อ๊ายยยย ตอนที่ 2 มาแล้ว  พ่อโทนี่นี่ยังคงระดับความเกรียนได้คงเส้นคงวาจริงๆ  รุ้สึกตอนนี้จะมีลูกยุเพิ่มขึ้นมาอีกคน  จับ2ตัวป่วนมารวมกัน อะไรจะเกิดขึ้นละเนี่ย 55 แอบสงสารพี่บรูซนิดนึง(ย้ำนิดนึงจริงๆ อิอิ)
แล้วตอนหน้าพ่อกัปตันของเราจะเอาคืนยังไงน้าา ><

#2 By sesaneen (103.7.57.18|125.26.150.18) on 2012-09-15 18:10

ฮากกกกกกกกกกกกกเอาเลยค่าปู่เด็กดื้อๆแบบนี้ต้องเจอกลับมั่งไม่งั้นจะไม่สำนึกนะคะว๊ายยย
ชอบโลกิกับป๋ามากเลยค่าแลดูเป็นคู่สมรู้ร่วมคิดที่ร้ายพอกันดี โลกินี่ไม่ค่อยเลยยยุซะ555555  สนุกมากเลยค่าเราอ่านให้เพื่อนฟังเพื่อนก็ชอบเหมือนกันค่ะบอกว่าน่าสนใจและก็สนุกดีด้วย จะติดตามต่อเรื่อยๆนะค่าสู้ๆค่า><,,,

#1 By :_[fuijmoto]_: on 2012-09-15 11:49